top of page

International building construction standards.

IBCS

"ขอสงวนสิทธิ์  : ภาพและรายละเอียดเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ MIT และ โมเดล BH  ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของหน้างาน และขอสงวนสิทธิ์ในการบอกการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า

"Disclaimer"  : Images and details are part of the project MIT and Model BH development process and may be subject to change as needed depending on site conditions. We reserve the right to notify you of any changes in advance.

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้พักอาศัย และ สิ่งแวดล้อม 

มาตรฐานการก่อสร้างอาคารที่เป็นสากลเน้นความยั่งยืน ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต มุ่งเน้นมาตรฐานระดับโลก เช่น ISO 15392 (ความยั่งยืน), IBC (รหัสอาคาร), LEED (อาคารเขียว), และ WELL (สุขภาวะผู้ใช้งาน) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน และยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด 

Proud Real Estate +3

มาตรฐานการก่อสร้างอาคารที่เป็นสากลที่สำคัญ 

  • ความยั่งยืนและอาคารเขียว (Sustainable & Green Building):

    • LEED (Leadership in Energy and Environmental Design): มาตรฐานที่ยอมรับกว้างขวางที่สุด ประเมินการออกแบบ ก่อสร้าง และจัดการทรัพยากร ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    • ISO 15392:2008: กำหนดหลักการทั่วไปเพื่อความยั่งยืนในวงจรชีวิตของอาคาร

    • SGBC (Singapore Green Building Council): มาตรฐานอาคารเขียวที่เน้นประสิทธิภาพสิ่งแวดล้อม

  • รหัสอาคารและความปลอดภัย (Building Codes & Safety):

    • IBC (International Building Code - 2024): รหัสควบคุมการก่อสร้างที่ใช้แพร่หลายระดับสากล เพื่อความปลอดภัยด้านโครงสร้าง อัคคีภัย และการใช้สอย

    • NFPA 285: มาตรฐานการทดสอบการลุกลามของไฟบนผนังภายนอกอาคาร

    • ISO 21542:2021: มาตรฐานการออกแบบอาคารเพื่อให้เข้าถึงและใช้งานได้สำหรับทุกคน (Accessibility)

  • สุขภาวะและความเป็นอยู่ (Health & Well-being):

    • WELL Building Standard: มุ่งเน้นสุขภาวะของผู้ใช้งานภายในอาคาร เช่น คุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ และแสงสว่าง

  • มาตรฐานการจัดการและคุณภาพ (Management & Quality):

    • ISO 9001: ระบบบริหารคุณภาพ

    • ISO 14001: ระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

    • ISO 45001: ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 

      Proud Real Estate +9

การนำมาตรฐานเหล่านี้มาใช้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าอาคารมีความแข็งแรง ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อทั้งผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 

Proud Real Estate +2

มาตรฐานการก่อสร้างอาคารที่เป็นสากลประกอบด้วยรหัสอาคาร (Building Codes) และระบบการรับรองมาตรฐาน (Certification Standards) ที่ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย โครงสร้าง พลังงาน และสุขภาวะของผู้ใช้งาน โดยมีเกณฑ์สำคัญที่ยอมรับทั่วโลกดังนี้

1. มาตรฐานรหัสอาคารและความปลอดภัย (Safety & Codes)

เป็นเกณฑ์บังคับสำหรับการออกแบบและก่อสร้างเพื่อให้มั่นใจในความแข็งแรงและความปลอดภัย:

  • International Building Code (IBC): รหัสอาคารสากลที่ใช้เป็นต้นแบบในการกำหนดข้อบังคับการก่อสร้างทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่วัสดุไปจนถึงความแข็งแรงเชิงวิศวกรรม

  • NFPA 101 (Life Safety Code): มาตรฐานความปลอดภัยต่อชีวิตจากอัคคีภัยของสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติ (NFPA) เน้นการออกแบบทางหนีไฟและการควบคุมไฟภายในอาคาร

  • ISO 13822: หลักเกณฑ์สากลสำหรับการประเมินโครงสร้างอาคารที่มีอยู่เดิมเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย 

    Rockwool +3

2. มาตรฐานอาคารเขียวและความยั่งยืน (Green & Sustainability)

มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ:

  • LEED (Leadership in Energy and Environmental Design): ระบบการประเมินอาคารสีเขียวที่แพร่หลายที่สุดในโลก ให้คะแนนตามเกณฑ์การประหยัดพลังงาน การใช้น้ำ และคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร

  • TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability): เกณฑ์ประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งอ้างอิงและปรับปรุงจากมาตรฐานสากล

  • ISO 15392: มาตรฐานว่าด้วยความยั่งยืนในการก่อสร้างอาคารและงานวิศวกรรมโยธา 

    h-beam connect +4

3. มาตรฐานสุขภาพและคุณภาพชีวิต (Health & Well-being)

เน้นไปที่ผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น:

  • WELL Building Standard: มาตรฐานสากลแรกที่มุ่งเน้นการยกระดับสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้อาศัย โดยประเมินจากคุณภาพอากาศ น้ำ แสง และสภาพจิตใจ

  • ISO 21542: ข้อกำหนดด้านการออกแบบเพื่อการเข้าถึงและการใช้งาน (Universal Design) เพื่อให้อาคารรองรับคนทุกกลุ่ม 

    risc.in.th +2

4. มาตรฐานระบบวิศวกรรม (Engineering Standards)

  • IEC Standards: มาตรฐานสากลสำหรับระบบไฟฟ้าและการสื่อสาร เพื่อความปลอดภัยในการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ต่างๆ

  • ISO 45001: มาตรฐานสากลด้านการจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในระหว่างการก่อสร้าง 

    YouTube +1

Further Exploration

  • อ่านรายละเอียด เกณฑ์การให้คะแนน LEED เพื่อทำความเข้าใจหมวดหมู่การประเมินอาคารเขียวในระดับสากล

  • ศึกษาความสำคัญของ มาตรฐาน NFPA 101 ต่อความปลอดภัยจากอัคคีภัยในงานออกแบบสถาปัตยกรรม

  • ทำความรู้จักกับ WELL Building Standard ว่าช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานอาคารในด้านใดบ้าง

ข้อความของคุณ ง่ายๆ เลย

เกณฑ์การขอใบรับรอง (Certification) สำหรับอาคารปลูกสร้างบนน้ำหรืออาคารลอยน้ำ แบ่งออกเป็น 2 ระดับหลัก คือ ระดับข้อบังคับตามกฎหมายไทย และ ระดับมาตรฐานสากล เพื่อรับรองความปลอดภัยและความยั่งยืน ดังนี้

1. เกณฑ์ตามกฎหมายไทย (กรมเจ้าท่า)

อาคารบนน้ำถือเป็น "สิ่งล่วงล้ำลำน้ำ" ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจาก กรมเจ้าท่า โดยมีเกณฑ์สำคัญคือ:

  • การอนุญาตตามความจำเป็น: ต้องปลูกสร้างเท่าที่จำเป็นและไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ หรือการรักษาสภาพแวดล้อม

  • แบบแปลนวิศวกรรม: ต้องมีแบบแปลนที่แสดงมาตราส่วนชัดเจน ทั้งระยะห่างจากฝั่ง แนวระดับน้ำขึ้น-น้ำลงสูงสุด และแผนผังร่องน้ำ

  • การรับรองโดยวิศวกร: โครงสร้างต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองความมั่นคงแข็งแรงโดยวิศวกรที่ถือใบอนุญาตตาม พรบ.วิชาชีพ

  • ความเห็นชอบจากจังหวัด: ต้องมีหนังสือให้ความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดว่าไม่ขัดต่อแผนพัฒนาจังหวัดหรือผังเมือง 

    md.go.th +3

2. มาตรฐานสากลและการรับรองประเภทอาคาร (Classification)

สำหรับการก่อสร้างขนาดใหญ่หรือเพื่อสร้างความเชื่อมั่นระดับสากล มักจะใช้การรับรองจากสถาบันจัดชั้นเรือและโครงสร้างทางทะเล (Classification Societies):

  • Lloyd's Register (LR): มีเกณฑ์เฉพาะสำหรับ Floating Structures และ Floating Docks ครอบคลุมความแข็งแรงของตัวเรือ (Hull) และอุปกรณ์ยึดเหนี่ยว

  • Bureau Veritas (BV) NR 493: เป็นมาตรฐานที่ใช้รับรองระบบการยึดเกาะ (Mooring system) และโครงสร้างลอยน้ำให้มีความปลอดภัยและใช้งานได้ยาวนาน

  • ABS Rules: ข้อกำหนดสำหรับการออกแบบ ก่อสร้าง และการสำรวจหลังการก่อสร้างสำหรับอาคารที่ลอยน้ำในทะเลหรือแหล่งน้ำเปิด 

    Lloyd's Register +3

3. เกณฑ์อาคารเขียวบนน้ำ (Green Certification)

หากต้องการใบรับรองด้านสิ่งแวดล้อม สามารถประยุกต์ใช้มาตรฐานดังนี้:

  • LEED Certification: แม้จะเป็นอาคารบนน้ำ ก็สามารถขอการรับรองได้โดยเน้นที่การจัดการน้ำเสีย (Water Efficiency) และพลังงานจากแหล่งหมุนเวียน

  • Living Building Challenge: เน้นว่าอาคารต้องไม่ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศของน้ำรอบข้าง และต้องมีการจัดการขยะและน้ำเสียแบบปิด (Closed-loop) 

    Proud Real Estate +2

Further Exploration

การวางแผนก่อสร้าง "เกาะเทียม" ขนาดใหญ่ (50 และ 40 ไร่) ที่มีโครงสร้างซับซ้อนตามภาพ จำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานวิศวกรรมสากลและข้อกฎหมายที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศทางน้ำและการเดินเรือ โดยมีเกณฑ์สำคัญที่ต้องพิจารณาดังนี้ครับ:

1. มาตรฐานการออกแบบและโครงสร้างสากล (Engineering & Safety)

เนื่องจากเป็นโครงสร้างที่ลอยตัวหรือถมดินบนน้ำ ต้องใช้มาตรฐานวิศวกรรมทางทะเลเพื่อความปลอดภัย:

  • ISO 19902: มาตรฐานการออกแบบและติดตั้งโครงสร้างนอกชายฝั่ง (Offshore Structures) ซึ่งเน้นการประเมินสภาพดินใต้น้ำและการออกแบบฐานรากให้มั่นคง

  • เสถียรภาพของผนังคอนกรีต: กำแพงสูง 4 เมตร ต้องออกแบบตามหลักธรณีเทคนิค (Geotechnical Engineering) เพื่อรับแรงดันดิน (Earth Pressure) จากเนินสูง 15 เมตร และแรงดันน้ำภายนอก รวมถึงการป้องกันการพังทลายตาม กฎกระทรวงกำหนดมาตรการป้องกันการพังทลายของดิน พ.ศ. 2548 

2. เกณฑ์การขออนุญาตและใบรับรองในไทย

การสร้างเกาะเทียมถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องผ่านการอนุมัติจากหลายหน่วยงาน:

  • การอนุญาตถมทะเล/ลำน้ำ: ต้องยื่นขออนุญาต "สิ่งล่วงล้ำลำน้ำ" ต่อ กรมเจ้าท่า โดยต้องส่งแบบแปลนวิศวกรรมและรายการคำนวณที่รับรองโดยวิศวกรวิชาชีพ

  • กฎหมายขุดดินและถมดิน: พื้นที่กว่า 90 ไร่ และมีการทำเนินสูงถึง 15 เมตร เข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 ซึ่งกำหนดเรื่องการระบายน้ำและการป้องกันความเสียหายต่อที่ดินข้างเคียง

  • รายงาน EIA (Environmental Impact Assessment): โครงการถมทะเลหรือสร้างเกาะเทียมเป็นโครงการที่ ต้องทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เนื่องจากมีผลต่อกระแสน้ำและระบบนิเวศชายฝั่ง 

    องค์การ บริหาร ส่วน ตำบล ดุสิต +3

3. มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล (International Law)

  • UNCLOS (อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล): กำหนดว่ารัฐชายฝั่งมีสิทธิในการสร้างเกาะเทียม แต่ต้องมีการประกาศให้ทราบล่วงหน้าและจัดให้มีเครื่องหมายเตือนภัยเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ

  • ระบบยึดเหนี่ยวและป้องกันคลื่น (Mooring & Breakwater): หากเป็นโครงสร้างกึ่งลอยน้ำ ควรใช้เกณฑ์ของ Bureau Veritas (BV) หรือ Lloyd's Register เพื่อรับรองความทนทานต่อสภาพอากาศรุนแรง 

    Universiteit Utrecht +2

© 2023 by Vicharn Group.

Proudly created with Wix.com

bottom of page