top of page

Software Trinity โปรแกรมไตรลักษณ์

ระบบงานทรัพย์สินครุภัณฑ์

​Fixed Asset Management System (FAMS)

​เพื่อ SME / บริษัททั่วไป ในการคำนวณค่าเสื่อมตามกฎหมายสรรพากรไทย

เพื่อการวางแผน และ งานจัดสรรงบประมาณในการซ่อมแซม  การปรับปรุง การตรวจสอบคุณภาพ และความปลอดภัยประจำ(Routin)  ตามเดือนที่กำหนด หรือ ประจำงวด ของเครื่องมือ เครื่องจักร อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ) และสอบถามประวัติได้

"ขอสงวนสิทธิ์  : ภาพและรายละเอียดเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ MIT และ โมเดล BH  ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของหน้างาน และขอสงวนสิทธิ์ในการบอกการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า

"Disclaimer"  : Images and details are part of the project MIT and Model BH development process and may be subject to change as needed depending on site conditions. We reserve the right to notify you of any changes in advance.

Slide2.JPG
1.jpg

1.เพื่อการจัดการข้อมูลทางระบบบัญชีทรัพย์สินและครุภัณฑ์ (Fixed Asset Management System) ในบริบทของไทย เพื่อ SME / บริษัททั่วไป  เพื่อนำไปลงบัญชีภาษีและงบการเงิน ในบริบทของไทย คือ ระบบที่ใช้บริหารจัดการและควบคุม "สินทรัพย์ถาวร" (เช่น เครื่องจักร อาคาร ครุภัณฑ์สำนักงาน) ที่มีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี โดยองค์กรส่วนใหญ่จะอ้างอิงเกณฑ์ตามมาตรฐานการบัญชี (TAS/TFRS) การคิดค่าเสื่อมราคา (Depreciation) ในระบบวิธีเส้นตรง (Straight-line method)

2.สอดคล้องกับโปรแกรมบัญชีเอกชนมาตรฐานอย่าง FlowAccount หรือ PEAK Account สำหรับระบบบัญชีทรัพย์สินและครุภัณฑ์ สามารถทำได้จริง โดยระบบเหล่านี้มีฟังก์ชันรองรับการบริหารจัดการและคิดค่าเสื่อมราคาโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มความถูกต้องของรายงานทางการเงิน

📌 ฟังก์ชันรองรับระบบทรัพย์สินของแต่ละโปรแกรม

2.1 PEAK Account (ระบบทรัพย์สินถาวร)

·บันทึกละเอียด: รองรับการใส่รหัสทรัพย์สิน หมวดหมู่ ที่อยู่ และผู้รับผิดชอบ

·คำนวณอัตโนมัติ: คิดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง (Straight-Line) รายปี

·ลงบัญชีออโต้: ปรับปรุงค่าเสื่อมราคาให้ทันที

·จัดการจำหน่าย: รองรับการบันทึกขายทรัพย์สิน หรือตัดจำหน่ายกรณีชำรุด

2.2 FlowAccount (ระบบสินทรัพย์)

·เพิ่มสินทรัพย์ง่าย: บันทึกข้อมูลสินทรัพย์ถาวรพร้อมแนบรูปภาพหรือเอกสารซื้อขาย

·คำนวณค่าเสื่อม: ระบบคำนวณมูลค่าคงเหลือและค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติ

·รายงานพร้อมใช้: มีรายงานสินทรัพย์และตารางค่าเสื่อมราคาสำหรับยื่นภาษีและตรวจสอบ

Slide7.JPG

1. มีการนำเข้าข้อมูลจากตารางข้อมูล Excel จากภายนอกทำให้สามารถเปิดระบบแก่ผู้บันทึกข้อมูลภายในไม่เกิน 5 นาทีหากดำเนินการถูกต้องตามวิธีใช้

2. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้รับผิดชอบในการดูแลและผู้บันทึกข้อมูลทรัพย์สิน   ไม่ต้องจดจำหรือค้นหารหัสหรือเลขที่ทรัพย์สิน  เพื่อการบันทึกหรือแก้ไข เพียงแค่พิมพ์อักษรตัวแรกของชื่อทรัพย์สินหรือการใช้การเลือกที่ชื่อทรัพย์สินโดยตรง หรือพิมพ์เลขที่เลขที่ทรัพย์สิน เป็นการให้ทางเลือกแก่ผู้บันทึกข้อมูลทรัพย์สินในการเรียกข้อมูลทรัพย์สิน

3. มีเมนูลัด สำหรับบุคคลทั่วไปเพื่อค้นหาทรัพย์สิน ตาม ฝ่ายหรือแผนกที่ครอบครองทรัพย์สิน ,ชื่อผู้ครอบครอง  ตามประเภททรัพย์สิน,   ตามชื่อทรัพย์สิน,   ตามชั้น แผนกหรือหมวด ในรูปแบบการแสดงบนตารางแจงรายละเอียด (Detail )หรือ สรุปยอดผลรวม (Summarization)โดยการแจงตามค่าของมูลค่าทรัพย์สินปัจจุบัน อายุของการใช้ของทรัพย์สิน และตามวันที่หมดอายุประกันสิ้นสุด , รวมเงินค่าใช้จ่ายตามการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาตามปี เดือน วัน และ การวางแผนการซ่อมแซม  การบำรุงรักษา การตรวจสอบคุณภาพประจำตามเดือนที่กำหนด และ พร้อมประวัติการซ่อมแซม หรือ บำรุงรักษาทรัพย์สิน เช่นรถยนต์ เครื่องจักร เครื่องคอมพิวเตอร์ สิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น แต่ละรายการ โดยเมนูลัดนี้สามารถกำหนดเลือกหัวข้อได้

4. มีเมนูให้เลือกค้นหาและพิมพ์รายงานทรัพย์สินตามประเภท สูญหาย ชำรุด นำไปขาย นำไปซ่อม หรือ ทรัพย์สินที่มีมูลค่าปัจจุบันเป็น 1 (ตามทรัพย์สินครุภัณฑ์ ที่มีมูลค่าทางบัญชี เป็น  1 เนื่องจากซื้อมาได้ หรือ นำทรัพย์สินครุภัณฑ์ เข้าสู่ระบบบัญชีครบ  5 ปี และ 10 ปีสำหรับสิ่งปลูกสร้าง)

5. ผู้บริหาร และ พนักงานผู้รับผิดชอบด้านทรัพย์สินและมีรหัสผ่าน เพื่อค้นหารายละเอียดทรัพย์สิน 16 ประเภท ตาม1.รหัสทรัพย์สิน 2. ตามกลุ่มรหัสทรัพย์สิน 3. ชื่อทรัพย์สิน 4. ตามแผนก/ฝ่าย 5. ที่ตั้ง  6.ประเภททรัพย์สิน 7. ประเภททรัพย์สินหลัก 8. ตามการกำหนดกลุ่มพิเศษ 9. สถานะปัจจุบัน 10.วันที่ซื้อ 11.ตามผลรวมทรัพย์สิน 12.การตรวจสอบจุดคุ้มทุน 13.ผู้ครอบครอง 14.การคิดค่าเสื่อมตามปี 15.การเปรียบเทียบบนกราฟ 16.การซ่อมแซม การตรวจสอบคุณภาพประจำตามเดือนที่กำหนด และอายุประกันของทรัพย์สิน รวม 45 ประเภทรายงาน

6. มีการกำหนดรหัสผ่าน(Password) ที่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้เอง ให้แก่ผู้มีความรับผิดชอบด้านทรัพย์สิน

7. มีการนำออกข้อมูลเพื่อสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์อื่นๆ

8.สามารถติดตั้งในระบบ LAN และ มีเมนูให้เชื่อมโยงกับ Computer เครื่องเครือข่ายเองได้โดยไม่จำกัดผู้ใช้

9.  สามารถส่งส่วนแก้ไข เพิ่มเติม จากผู้เขียน โดยส่งทาง Internet

Slide5.JPG

ประโยชน์ และ การประยุกต์ใช้

1. เพื่อการจัดการข้อมูลทางระบบบัญชีทรัพย์สินและครุภัณฑ์ (Fixed Asset Management System) ในบริบทของไทย  เพื่อนำไปลงบัญชีภาษีและงบการเงิน ในบริบทของไทย คือ ระบบที่ใช้บริหารจัดการและควบคุม "สินทรัพย์ถาวร" (เช่น เครื่องจักร อาคาร ครุภัณฑ์สำนักงาน) ที่มีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี โดยองค์กรส่วนใหญ่จะอ้างอิงเกณฑ์ตามมาตรฐานการบัญชี (TAS/TFRS) การคิดค่าเสื่อมราคา (Depreciation) ในระบบวิธีเส้นตรง (Straight-line method)

 

2. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้รับผิดชอบในการดูแลและผู้บันทึกข้อมูลทรัพย์สิน ในการ

2.1 ในการกระจาย หรือ แบ่งสรรทรัพย์สิน หรือ นำส่งทรัพย์สินคืน ตามผู้ครอบครอง ตามแผนก ตามอาคารสถานที่ ตามโครงการ

2.2 เพื่อการวางแผน และ งานจัดสรรงบประมาณในการซ่อมแซม  การปรับปรุง การตรวจสอบคุณภาพ และความปลอดภัยประจำ(Routin)  ตามเดือนที่กำหนด หรือ ประจำงวด ของเครื่องมือ เครื่องจักร อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ) และสอบถามประวัติได้

2.3 เพื่อระบบควบคุมการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ และสอบถามประวัติการเคลื่อนย้ายแบบรายตัวได้

2.4 การบันทึกการรับประกัน (Warranty) และสอบถามประวัติได้

2.5 การบันทึกการจำหน่ายทรัพย์สิน และสอบถามประวัติได้

Slide13.JPG

การหลักเกณฑ์สำคัญในการ คำนวณค่าเสื่อมตามกฎหมายสรรพากรไทย 

หลักเกณฑ์สำคัญในการคำนวณค่าเสื่อมราคาและค่าสึกหรอทางภาษีของไทย ยึดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (2) และ พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ฉบับที่ 145 เป็นหลัก โดยมีกฎเหล็กและแนวปฏิบัติทางกฎหมายสรรพากรที่ฝ่ายบัญชีต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้ครับ   https://www.rd.go.th/828.html

 

1. เพดานอัตราการหักค่าเสื่อมสูงสุด (Maximum Rate)

กฎหมายภาษีอากรไม่ได้กำหนดอายุการใช้งานเป็น "จำนวนปี" เหมือนทางบัญชี แต่กำหนดเป็น "อัตราร้อยละสูงสุดต่อปี" (หมายความว่า จะคิดค่าเสื่อมในอัตราที่เร็วกว่าหรือสูงกว่าที่สรรพากรกำหนดไม่ได้ แต่คิดให้ช้ากว่าหรือต่ำกว่าได้) โดยแบ่งประเภททรัพย์สินหลัก ๆ ไว้ดังนี้: 

  • อาคารถาวร: หักได้สูงสุด ร้อยละ 5 ต่อปี (เทียบเท่าอายุใช้งานทางภาษีอย่างน้อย 20 ปี)

  • อาคารชั่วคราว: หักได้สูงสุด ร้อยละ 100 ต่อปี (ตัดเป็นค่าใช้จ่ายได้ทั้งจำนวนในปีที่ได้มา)

  • เครื่องจักร, อุปกรณ์, เครื่องตกแต่ง, เฟอร์นิเจอร์ และยานพาหนะ: หักได้สูงสุด ร้อยละ 20 ต่อปี (เทียบเท่าอายุใช้งานทางภาษีอย่างน้อย 5 ปี)

  • คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ (รวมซอฟต์แวร์): หักได้สูงสุด ร้อยละ 33.33 ต่อปี (เทียบเท่าอายุใช้งานทางภาษีอย่างน้อย 3 ปี)

  • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (สิทธิการเช่า/ลิขสิทธิ์/สิทธิบัตร):

    • กรณีไม่จำกัดอายุสัญญา: หักได้สูงสุด ร้อยละ 10 ต่อปี (อย่างน้อย 10 ปี)

    • กรณีจำกัดอายุสัญญา: ให้หารเฉลี่ยตามจำนวนปีของสัญญาเช่าหรืออายุการคุ้มครองตามกฎหมาย 

 

2. หลักการเฉลี่ยรายวัน (Pro-rata basis)

การคำนวณค่าเสื่อมราคาในทางภาษี จะต้องคำนวณเฉลี่ยตามระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในแต่ละรอบบัญชี สรรพากรจะนับเป็น "รายวัน" ตั้งแต่วันที่สินทรัพย์นั้นพร้อมใช้งาน [1]

  • ตัวอย่าง: หากบริษัทซื้อคอมพิวเตอร์มาวันที่ 1 ธันวาคม (รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม) ปีแรกจะคิดค่าเสื่อมราคาได้เพียง 31 วันเท่านั้น ไม่สามารถคิดเต็มปีได้ https://www.rd.go.th/2369.html

 

3. ข้อจำกัดพิเศษสำหรับ "รถยนต์นั่ง" (ไม่เกิน 10 ที่นั่ง)

เป็นประเด็นที่ต้องระวังที่สุดทางภาษี สำหรับรถยนต์เก๋งหรือรถตู้ VIP ที่ไม่ใช่รถกระบะขนส่ง: 

  • จำกัดมูลค่าต้นทุนไม่เกิน 1,000,000 บาท: แม้จะซื้อรถมาราคา 3 ล้านบาท แต่สรรพากรยอมให้คิดค่าเสื่อมราคาจากฐานราคาทุนสูงสุดแค่ 1 ล้านบาทเท่านั้น (ส่วนเกินอีก 2 ล้านบาท ถือเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี ต้องนำไปบวกกลับตอนคำนวณภาษีปลายปี)

  • ภาษีซื้อ (VAT) ของรถยนต์นั่ง: ไม่ให้นำมารวมเป็นมูลค่าต้นทุนเพื่อคิดค่าเสื่อมราคา และห้ามนำมาขอคืนภาษี (ต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามแยกต่างหาก) 

 

4. สิทธิประโยชน์การคิดค่าเสื่อมราคาแบบเร่ง (SME Stimulus)

สำหรับบริษัทที่เป็น SME (มีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท และจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน) สรรพากรให้สิทธิหักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้น (Initial Depreciation) ณ วันที่ได้มาทันที: 

  • คอมพิวเตอร์: วันแรกหักได้ทันที ร้อยละ 40 ของมูลค่าต้นทุน ส่วนที่เหลืออีก 60% ค่อยทยอยหักตามวิธีเส้นตรงภายใน 3 ปี

  • เครื่องจักรและอุปกรณ์: วันแรกหักได้ทันที ร้อยละ 40 ของมูลค่าต้นทุน ส่วนที่เหลืออีก 60% ทยอยหักในอัตราร้อยละ 20 ต่อปี

  • อาคารโรงงาน: วันแรกหักได้ทันที ร้อยละ 25 ของมูลค่าต้นทุน ส่วนที่เหลืออีก 75% ทยอยหักในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี https://www.jarataccountingandlaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538791372

 

5. ห้ามหักจนหมดมูลค่าต้นทุน (กฎมูลค่าซาก 1 บาท)

ตาม พ.ร.ฎ.145 มาตรา 8 ระบุชัดเจนว่า ห้ามหักค่าเสื่อมราคาจนหมดมูลค่าต้นทุน หมายความว่าเมื่อคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์จนครบอายุการใช้งานแล้ว ต้องเหลือมูลค่าซากคงค้างไว้ในบัญชีอย่างน้อย 1 บาท เพื่อให้คงสถานะและตรวจสอบได้ในทะเบียนทรัพย์สิน จนกว่าจะมีการขายหรือตัดทำลายจริง ]

 

6. ความสม่ำเสมอในการใช้หลักเกณฑ์ (Consistency)

เมื่อเลือกใช้วิธีการทางบัญชีและอัตราใดในการคำนวณค่าเสื่อมราคาแล้ว จะต้องใช้คู่กันและใช้ไปตลอดทุกปี หากต้องการปรับเปลี่ยนวิธีคำนวณหรือเปลี่ยนอัตรา (เช่น จากวิธีเส้นตรงเปลี่ยนเป็นวิธียอดลดลง) จะต้องทำหนังสือขออนุมัติอย่างเป็นทางการจาก อธิบดีกรมสรรพากร ก่อนจึงจะเปลี่ยนได้ 

1.jpg
2020-01-31_222345.jpg

Press button on these Shortcut keys for Quick Enter

Main

กดปุ่มบนปุ่มลัดเหล่านี้เพื่อเข้าใช้งานอย่างรวดเร็ว

1.) ไตรลักษณ์ Trinity โปรแกรมบริหารสายงานการผลิตรถยนต์ เรือ

2.) Trinity Program โปรแกรมการจัดการบริหารโรงงานอุตสาหกรรมงานการผลิต ผลิตพัฒนาโดยThe SUN Academy(TSA) S6

3.) Trinity Program โปรแกรมการจัดการบริหารโรงงานอุตสาหกรรมงานการผลิต ผลิตพัฒนาโดยThe SUN Academy(TSA) S3 

2026-01-12_191853.jpg
Intro
Main 1

โปรแกรมไตรลักษณ์ Software Trinity   V.1 ด้านการก่อสร้าง  เพื่องานก่อสร้างใน โครงการ MIT

2.)  สาระสำคัญ โปรแกรมไตรลักษณ์ Software Trinity   V.1 ด้านการก่อสร้าง เพื่อใช้ในการก่อสร้างในและนอกโครงการ MIT

จาก30 ปีกว่าที่ผ่านมาจากระบบการพัฒนาจากโปรแกรมจากระบบงานของศูนย์บริการซ่อมและจำหน่ายรถยนต์ เชโรกี (Cherokee)  ของบริษัท Chrysler ประเทศไทย ของอเมริกา ที่ได้พัฒนาต่อเรื่อยมา และ ได้ปรับปรุงมาสู่ การจัดการบริหารงานก่อสร้าง รับเหมาก่อสร้างหรือ งานบริการรับก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม รับจ้างทำของ เวอร์ชั่น 9.9.9.9 G (M) เพื่อวางแผนการทำงานในสายการก่อสร้างที่ต้องใช้เครื่องจักรและคนจำนวนมาก และ เวอร์ชั่น 9 G สำหรับ SME  (ขนาดเล็ก)  โดย The SUN Academy (TSA)ได้พัฒนาและติดตั้งโปรแกรมระบบนี้ให้ผู้ใช้หลายรายใน 30 ปี จนถึงปัจจุบัน

โดยลักษณะทั่วไปมีดังนี้

1. เพื่องานบริหารงานก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม  รับจ้างทำของ รับเหมาก่อสร้าง 

2. เพื่อกิจการงานบริหารก่อสร้าง รับเหมาก่อสร้าง รับงานติดตั้ง รับจ้างสร้างโรงงาน อาคาร คอนโด บ้านจัดสรร โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ งานจ้างเหมาผู้รับเหมาก่อสร้าง การบริหารส่วนกลาง

3. ระบบการก่อสร้างจะมีระบบ สร้างมาตรฐานในผลงาน ทำให้มีผลดีต่อการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินและเพื่อการปูทางองค์กรเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ทั้งให้ระบบบริหารโดยครอบครัวปลอดภัย

4. มีระบบงานหลักเพื่อการติดตาม  1.)งานการทำงานก่อสร้าง หรือ ผลงานในแต่ละสายงานก่อสร้าง หรือ ผลการจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างในแต่ละงาน  2.)งานบัญชีและการเงิน 3.)งานคลังสินค้า 4.)งานจัดซื้อ5.)งานการขาย การตลาด ลูกค้าสัมพันธ์ หรืองานบริหารส่วนกลาง

5. มีระบบงานรองเพื่อ 1.) งานขายสินค้าโชว์รูม หน้าโครงการ 2.)งานขายสินค้าเร่งด่วน(โดยใช้กับเครื่องสแกนเนอร์) 3.)งานตั้งเบิกเงินจากองค์กรที่ว่าจ้าง หรือ ผู้ลงทุนย่อย

6. เพื่องานใบสั่งงาน ที่มีการแจงวัสดุที่ใช้ รายการก่อสร้าง การคุมราคา การคิดค่าใช้จ่าย การประเมินผลและเวลาของช่าง หรือ ผู้รับเหมา ปัญหา ลักษณะพิเศษของการก่อสร้าง

7. เพื่องานบัญชีและการเงิน ที่มีงานลูกหนี้ เจ้าหนี้ เช็ครับ เช็คจ่าย รายรับรายจ่ายผูกกับงานงบประมาณ งานทำบัญชีส่งสรรพากร 

(รายงานกระดาษทำการ , รายงานงบดุล , รายงานงบกำไรขาดทุน , รายงานกระแสเงินสด ,  รายงานสมุดรายวันซื้อ , รายงานสมุดรายวันขาย ,  รายงานบัญชีแยกประเภท , รายงานรายการผ่านบัญชี ,  รายงานเงินสดย่อย , นำออกข้อมูล เป็น File Excel )

งานคิดค่าใช้จ่ายใบสั่งงาน หรือ จากสัญญาจ้างเหมาผู้รับเหมาก่อสร้าง

8. มีระบบงานเสริมเพื่อออกเอกสารพิเศษ เช่น เอกสารการเงินพิเศษ  หนังสือออกเป็นภาษาอังกฤษ คำสั่งข้อบังคับงานประชุม การคำนวณ BOQ BOM  

9. ระบบงานเสริมเพื่อคิดค่าใช้จ่าย, เวลาทำงาน ค่าจ้าง และให้คะแนนการทำงานของช่าง หรือ ผู้รับเหมาในทุกงานเมื่อเปิดงาน (Job) และ เปิดงานใบสั่งงาน

10. มีระบบงานเสริมเพื่องานพิมพ์บาร์โค้ดบัตรประจำตัวพนักงาน บัตรประจำตัวลูกค้า สติกเก้อร์สินค้า และจ่าหน้าซองจดหมาย

11. มีระบบงานเสริมเพื่อ1.)เตือน (Pop up Menu) 7 วันล่วงหน้างานบัญชีและการเงิน และ แก่ผู้บริหาร 2.) เตือนงานคลังสินค้า และ งานการขาย ลูกค้าสัมพันธ์ 

12. มีระบบงานรักษาความปลอดภัยข้อมูล ให้ใช้รหัสผ่านโดยแอดมินไม่รู้รหัสผ่านของผู้ใช้และมีการบันทึกวันเวลาการใช้ ผู้ใช้เปลี่ยนรหัสได้ตลอดเวลา

13. มีระบบงานรักษาความปลอดภัยข้อมูลและให้ผู้ใช้ โดยมีรายงานการใช้ของผู้ใช้ในปัจจุบัน และ ผู้ใช้ที่หมดสิทธิ์การใช้ไปแล้ว  ผู้ใช้ทุกคนเมื่อเข้าใช้งานจะถูกบันทึกเวลาเข้าใช้ในทุกครั้ง พร้อมผู้ใช้ทุกคนสามารถตรวจสอบและพิมพ์รายงานการใช้ตามชื่อ และ ประเภทของงาน ได้ตลอด

14. มีระบบงานรักษาความปลอดภัยข้อมูล และแก้ไขข้อมูลจากผู้ได้รับสิทธิ์ในฐานะผู้แก้ไขข้อมูลได้ มีใน V. 9.9.9 G ขึ้นไป

15. มีระบบงานกำหนดสิทธิ์ในการใช้โดยแอดมินที่สามารถจะกำหนดให้กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้รวม 14 ประเภท โดยแอดมินไม่รู้รหัสผ่านของผู้ใช้ทุกคน

16. มีระบบนำเข้าและส่งข้อมูลออก ข้อมูลเป็นกลุ่มและเดี่ยว  เพื่อผู้ใช้สามารถสร้างงานการบันทึกที่ทำให้ลดเวลาในการพิมพ์ข้อความ และเสริมความถูกต้อง

17. มีระบบการสรุปรายวัน/เดือน/ปีเพื่อการวิเคราะห์  สำหรับผู้บริหารให้ดูและพิมพ์รายงานได้เอง ลดงานของพนักงานไม่ต้องทำสิ่งนี้

18. มีรายงานของผู้ใช้ระดับพนักงานประมาณ 300 รายงาน ผู้ใช้ระดับบริหารรวมประมาณ 600 รายงาน มีกราฟวิเคราะห์สรุป 110 กราฟ

19. มีระบบให้กำหนดสิทธิการใช้ทั้งตามประเภทกลุ่มงาน แผนก หรือ ตามงานย่อยที่ให้ผู้ใช้ได้ทำงานผสมคละกัน มีใน V. 9.9.9 G ขึ้นไป

20. มีระบบงานวางแผนเพื่อกำหนดสายงานก่อสร้างในการใช้เครื่องจักรและช่าง ทั้งแจงชึ้นงาน ในแต่ละวัน มีในV. 9.9.9.9 G (M)

21. มีระบบการสรุปรายวัน/เดือน/ปีเพื่อการวิเคราะห์เป็นภาษาอังกฤษโดยอัตโนมัติ มีกราฟ 19 กราฟ  ให้ผู้บริหารต่างประเทศเรียกดูและพิมพ์รายงานได้เอง ที่มีในV. 9.9.9.9.9 G ที่แถมให้

22. มีระบบนำเข้าข้อมูล เพื่อเปิดระบบได้ทันทีบนตาราง Excel จากรายชื่อสินค้า ลูกค้า ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ผู้ขาย รายชื่อพนักงาน และช่าง เพื่อลดเวลาในการพิมพ์ทีละรายการ และ ทำให้ระบบงานสามารถเปิดใช้งานบันทึก และ ออกรายงานได้เร็วทันใจ

23. ระบบการบริการบน New Normal โดย การนำเสนอ แก้ไข ปรับปรุง เพิ่มเติมโปรแกรม และ Link LAN กระทำจากทีมงานบน Internet

24. ผู้สนใจสามารถทดลองใช้โปรแกรมตามคลิปอธิบายการใช้ โดย TSA จะติดตั้งโปรแกรมทดลองบนอินเตอร์เน็ตบนเครื่องผู้สนใจได้

25. หรือผู้สนใจอาจจะดาวน์โหลดจาก Cloud ของGoogle เพื่อนำไปติดตั้งโปรแกรมทดลองใช้ ที่สามารถใช้ฟรีเองก็ได้เช่นกัน

26. จะเกิดมีผู้ใช้ 15 กลุ่ม ดังนี้ 1.) ข้อมูลกลาง 2.) งานฝ่ายบัญชีและการเงิน 3.) งานจัดซื้อ  4.) งานคลังสินค้า 5.) งานฝ่ายขาย(โชว์รูม ) และงานขายขายหน้าร้าน  6.) งานฝ่ายก่อสร้าง  7.) งานตั้งเบิกเงิน จากบริษัทผู้ว่าจ้าง ให้ก่อสร้าง 8.) งานลูกค้าสัมพันธ์ 9.) งานออกเอกสารพิเศษ 10.)งานเอกสารงานฝ่ายบุคคล 11.)  งานผู้ตรวจสอบบัญชี 12.) งานผู้แก้ไขข้อมูล 13.) งานผู้บันทึกข้อมูลรวม 14.) ผู้ควบคลุมระบบ (Admin) 15.) ผู้บริหารในระบบงานก่อสร้าง สำหรับ ข้อ 12.) งานผู้แก้ไขข้อมูล สามารถแก้ไขรายการได้ แต่ลบรายการไม่ได้ อนึ่งสำหรับโครงการ MIT งานข้อ 12.) งานผู้แก้ไขข้อมูลไม่มีให้ใช้ ผู้สามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลทำได้คือ CEO ผู้พัฒนาโปรแกรม  Trinity นี้

27.)  อ.ดุลยวัฒน์ พุทธคยา  ผู้เขียน โปรแกรมไตรลักษณ์ Trinity Program  V.1 เป็นผู้สามารถกำหนดสิทธิ์การใช้เฉพาะงานเช่น  ในงานการบันทึก  ในงานเรียกดู ในงานวิเคราะห์ ในงานพิมพ์รายงานได้ ให้แต่ละคน และ ในแต่ละงานได้ 

Highlights
3.จุดเด่นจุดแข็ง เพื่อนำมาปรับใช้โครงการ MIT

จุดเด่น ที่ 1  เพื่อความปลอดภัย และ ป้องกันการฉ้อโกงที่จะเข้าไปแก้ไขข้อมูล ในระบบโปรแกรมเองได้

สำหรับโปรแกรมบริหารโครงการ MIT เพื่อสายงานบริหารงานก่อสร้าง และ การเงินก่อสร้าง มีระบบป้องกัน ที่ระบบโปรแกรมในที่อื่นๆไม่มีเทียบเคียงได้

1.) Database และตัวโปรแกรม จะอยู่ในห้อง Sever Room  ที่ไม่่ได้ต่่อเชื่อมกับ Internet และที่มีกล้องวงจรปิด และ ยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง  เพื่อป้องกันการทำลายข้อมูล และ ป้องกัน Hacker เข้ามาในระบบโปรแกรมเพื่อ ทำลาย หรือ แก้ไขข้อมูล ใน Database หรือ ในตัวโปรแกรม (ระบบปิด 100%) 

2.) จะไม่ให้มีการแก้ไข หรือ ลบข้อมูลย้อนหลัง โดยจะไม่มี ข้อ 12.) งานผู้แก้ไขข้อมูล ตามข้อ 26  ที่เป็นผู้สามารถเข้าไปในโปรแกรมแก้ไข หรือ ลบข้อมูลย้อนหลังได้ (ระบบเปิด ที่ปิดขั้นสุดท้าย)

3.) ในระบบโปรแกรมทั่วไป

3.1 ผู้ทำหน้าที่ Admin  ที่เป็นผู้กำหนดสิทธิ์ในการใช้โปรแกรม และมักจะรู้รหัสผ่าน ของทุกคน ซึ่งอาจเข้าไปใช้ชื่อสวมใช้ แทนผู้ใช้รายอื่น ๆ  และง่ายต่อการเข้าไปแก้ไขข้อมูล และ เข้าไปในตัวฐานข้อมูล หรือ Databse

3.2 แต่ใน  Software Trinity  นั้น Admin  จะไม่รู้รหัสผ่านของทุคน ยกเว้นแอบบอกกันเอง แต่เพราะมีการบันทึกวันเวลา เพื่อเรียกรายการมาดู และพิมพ์ รายงานการใช้ ตามชือผู้ใช้ และ วันที่เวลา การใช้  ทั้งAdmin เข้าไปแก้ไขข้อมูล และ เข้าไปในตัวฐานข้อมูล หรือ Databse ไม่ได้เลย

3.3 ผู้ที่จะเข้าไปแก้ไข หรือ ลบข้อมูลย้อนหลัง หรือ และ เข้าไปในตัวฐานข้อมูล หรือ Databse มีเพียงคนเดียว คือ  อ.ดุลยวัฒน์ พุทธคยา  ผู้เขียน โปรแกรมไตรลักษณ์ Trinity Program  V.1 และ เป็น CEO ของโครงการ MIT

H 2

จุดเด่นที่ 2 ในระบบงานการจัดการงานบัญชี และ การเงิน

1.) มีการตั้งรหัสประเภทของรายรับ รายจ่าย ที่ผูกกับงบประมาณประจำของปีปัจจุบัน มาบันทึกลงในฐานข้อมูล  (Database) โดยตั้งจำนวนเงินที่คาดหวังหรือ  ตามตัวอย่าง เช่น ตาราง D4 BH 4-1 ไว้  ทำได้อย่างเป็นอิสระ และอย่างง่าย ๆ และเมื่อที่ตั้งแล้วจะแก้ไขไม่ได้เลย แต่จะเพิ่มในรายการชื่อเดิมและตัวเลขเพิ่มใหม่อีกรายการขึ้นได้เมื่อค่าที่ตั้งไว้ไม่พอ และ ค่าติดลบ 

2.) เมื่อมีการลงบัญชี รายรับ รายจ่ายตามประเภทงบประมาณในรายการในหน้าบันทึกธรรมดา เพียง 1 หน้า และ

3.) เมื่อทำการ Save แล้วก็จะเกิด รายการเรียกดูข้อมูล (lising Data)  2  หน้า และ อีก  9  รายงาน ลงบัญชี ในครั้งนั้น  และ สรุปรายรับ ร่ายจ่าย พร้อมกราฟ ทันที ดังนี้

1. รายงานลงบัญชี ในครั้งนั้น

2. พิมพ์รายงานตามวันที่ 1  

3. พิมพ์รายงานตามวันที่ 2  

4. พิมพ์รายงานตามเดือน 1 

5. พิมพ์รายงานตามเดือน 2   

6. พิมพ์รายงานตามเลือก  

7. พิมพ์รายงานกราฟ รายรับ รายจ่าย ตามเดือน และ ปีที่เลือก   

8. พิมพ์รายงานทุกประเภท ตามปีที่เลือก  

9. พิมพ์รายงานกราฟทุกประเภท ตามปีที่เลือก 

​4.) ดังนั้น

4. 1) สามารถทำรายงานแสดงอัตโนมัติ เพื่อส่งให้

1. ฝ่ายบัญชีโครงการ

2. ผู้ตรวจสอบบัญชีทั้ง 2 ฝ่าย

3. CEO

4.  ผู้ลงทุน เพื่อส่งให้ในทุกวัน เดือน และ ปี และส่งบน Website ของโครการ ที่มีรหัสผ่าน หรือ กำหนด Email ที่อนุญาติ ให้เข้าชมได้

5. เป็นรายงานสรุปในการประชุม ทุก 3 เดือน 

4.2.) เมื่อรายงาน รายรับ หรือ รายจ่ายตามประเภทแสดงค่าติดลบ หรือ ใกล้ค่าที่ตั้งไว้ ฝ่ายบัญชีก็จะต้องแจ้งให้ CEO หรือ ทำรายงานสรุป ทันที หรือทำการวิเคราะห์ เสนอ CEO แจ้งทุกสัปดาห์

 

4.3.) โดยรายงานตามปีที่เลือกจะแสดง 

3.1 จะยอดการบันทึกครั้งแรก จนถึง ยอดสุดท้าย ที่บันทึก

3.2 หากเป็นปีปัจจุบัน จะยอดการบันทึกครั้งแรก จนถึง ยอดสุดท้าย ที่บันทึก และ ยอดตั้งแต่วันที่  1  มกราคม  จนถึง ณ วันที่ออกรายงาน ของปีปัจจุบัน นั้นๆ 

1.jpg
2.jpg
H 2

จุดเด่นที่ 3 การมีสายงานก่อสร้าง สามารถนำมาปรับใช้ใน หรือ นอกโครงการ MIT

1. ) การก่อสร้างเองภายใน หรือ นอกโครงการโดย Vicharn Group หรือ  คณะบริหาร MIT ตามการอนุฒัติของ CEO

2. ) สายการก่อสร้าง ของผู้รับเหมาก่อสร้างงานหลักของโครงการ MIT เช่น  งานทำแลนด์สเคป, งานทำเกาะเทียม,  งานทำรั้วคอนกรีตรอบเกาะ, งานทำเนินดิน, ทำบ้านเดี่ยวหรือบ้านแถวบนเนินดิน, งานจัดทำ, งานทำงานบ่อน้ำ, งานทำสาธารณูปโภค, งานทำท่อระบายน้ำ, งานทำถนนบนเกาะ,  งานทำถนน หรือ สะพานระหว่างเกาะ, งานทำน้ำพุ, งานทำประตู เข้า-ออกเกาะ, งานทำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน, งานปรับภูมิทัศน์,   งานทำโรงสูบน้ำ  งานทำโรงกำจัดน้ำเสีย งานสร้างอาคารอาคารสำนักงานโครงการ  งานสร้างอาคารสถานพยาบาล งานสร้างห้องประชุม งานสร้างโรงเก็บขยะสด สร้างโรงงานเปลี่ยนขยะสดเป็นปุ๋ยหมัก

3.) สายงานการก่อสร้าง ของผู้รับเหมาก่อสร้างงานสร้างสิ่งปลูกสร้าง ตามธุรกิจของผู้ร่วมลงทุนกับผู้ลงทุนใหญ่ หรือจาก ผู้ลงทุนย่อยที่ว่าจ้างVG ก่อสร้างแบบ Turnkey   เช่น งานสร้างรีสอร์ท แบบ Maldives หรือ สร้าง Entertainment Center no Casino

4.) สายงานการทำงานของ ทีมสถาปัตย์ และ ทีมปรับภูมิทัศน์

5.) เพื่องานตรวจสอบของทีมตรวจสอบของ CEO  ในกิจกรรม

1. งานตรวจสอบคุณภาพการก่อสร้างผู้รับเหมาก่อสร้าง  

2. งานตรวจคุณภาพสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย เช่น คุณภาพน้ำในบ่อ คุณภาพน้ำใต้ดิน

3. งานตรวจสภาพอาคาร ระบบไฟฟ้า และ การกำจัดของเสีย ในทุก 3 เดือน  

4. งานตรวจสอบการทรุดตัว และ สภาพของเนินดิน 

6.). เพื่อภาระกิจการก่อสร้าง และ ตรวจสอบ ที่เป็นเรื่องที่ต้องทำบ่อย ๆ ครั้ง โดยเฉพาะงานภาระกิจการที่มีขั้นตอนจำนวนมาก ถึง 100 กว่า ขั้นตอน ขึ้นไปก็ทำได้สะดวกกว่า ทุก Software  ใด ๆ ในโลก 

1. การนำเข้า (Input) ขั้นตอน และ สายงานการก่อสร้างและการทำงาน  ตามข้อ 1 ถึง  4  และงานตรวจคุณภาพ เพื่อทีมตรวจสอบของ CEO ตามข้อ 5 เพื่อนำข้อมูลมาใส่ในฐานข้อมูล หรือ Database

2.  การโอนย้าย (Transfer) ข้อมูลทุกขั้นตอน จากฐานข้อมูล หรือ Database อัตโนมัติ เพื่อไม่กี่วินาที  เพื่อการนำเข้า หรือ หรือ ย้าย ข้อมูล เพื่อนำขั้นตอน และ สายงานการก่อสร้างและการทำงาน ทุกขั้นตอน เพื่อเตรียมงาน  แล้วนำมาดัดแปลง เพื่อให้กับงานใหม่

3. การเปลี่ยน (Change) หรือ ลด  หรือ เพิ่ม ขั้นตอน  , ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น, ระบุจำนวนวันเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดใหม่ ,  ลด หรือ เพิ่ม จำนวนคน และเครื่องจักรที่ระบุ และ ที่ไม่จำเป็น ,  เปลี่ยน หรือ ลด  หรือ เพิ่ม จำนวนเงินที่ต้องใช้ รวมถึง  ระบุขั้นตอนใหม่ ที่ยังไม่เคยมีเกิดขึ้นได้ 

4. การเริ่มต้น Begin) และ เริ่มทำงาน รวมถึง การเตรียมการตรวจของทึมงานตรวจ ของCEO 

5. การบันทึก (Record) สิ่งที่เกิดขึ้น ตามขั้นตอน ตามรายการ  ตามคำแนะนำ ตามข้อผิดพลาด ตามวันเวลา และตัวเลขที่เกิดขึ้น

6. การร่วมกันชม (Charing & View)  และ นำไปใช้ (Usage) จากหน้าจอ คอมพิวเตอร์ (Listing)  และ รายงานแสดงบน Website แก่ผู้เกี่ยวข้อง เช่นทีมงานตรวจ ของ CEO  , หัวหน่้างาน และ  เพื่อติดตาม ประเมิน วิเคราะห์ สรุป และ เพื่อการประสานงานกับ ผู้รับเหมา วิศวกร สถาปัตย์นิค บริษัทที่ปรึกษา คณะที่ปรึกษา, ตัวแทนของผู้ลงทุนใหญ่, ตัวแทนของผู้ร่วมลงทุนกับผู้ลงทุนใหญ่, ตัวแทนของผู้ลงทุนย่อย, ตัวแทนของ Joint Venture 

​ึ7. การนำเสนอ  (Present)   ตามการคัดเลือกข้อมูล จาก CEO  เสนอ ต่อ ผู้ลงทุนใหญ่ , ร่วมลงทุนกับผู้ลงทุนใหญ่ ,ผู้ลงทุนย่อย, Joint Venture  

GE
จุดเด่นที่ 4 นอกจากนี้ยังมีระบบสรุปรายวัน/รายเดือน/รายปีสำหรับการวิเคราะห์เป็นภาษาอังกฤษโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ผู้บริหาร , ผู้ลงทุนใหญ่, ผู้ร่วมลงทุนกับผู้ลงทุนใหญ่,  ผู้ลงทุนย่อย,  Joint Venture  ที่เป็นชาวต่างชาติสามารถดูและพิมพ์รายงานได้ด้วยตนเอง มีให้ใช้งานในเวอร์ชัน 9.9.9.9.9 G โดยมีกราฟทั้งหมด 19 กราฟ

ตรงนี้คือย่อหน้า คลิกที่นี่เพื่อใส่และแก้ไขข้อความของคุณ ง่ายๆ เลย

14.jpg
8.jpg
30 ปีกว่าของการพัฒนาโปรแกรม กับ ลักษณะทั่วไปโปรแกรมการจัดการบริหารโรงงานอุตสาหกรรมงานก่อสร้าง  หรือ งานบริการรับก่อสร้าง รับทำของ Version 9.9.9.9 G  เพื่อวางแผนการก่อสร้างในสายงานก่อสร้างที่ใช้เครื่องจักรและคนทำงาน และ Version 9 G สำหรับ SME  โดยThe SUN Academy (TSA)ได้พัฒนาและติดตั้งโปรแกรมระบบนี้ให้ผู้ใช้หลายรายใน 30 ปี จนถึงปัจจุบัน

Slideshow เมนูปุ๋ม และ Chart 36 ภาพ

2 Chart
3 กราฟ

Slideshow เมนูแสดงกราฟ

4 Version
สไลด์5.PNG
5 General
ลักษณะทั่วไปของโปรแกรมระบบงาน  มีดังนี้

1. เพื่อการบริหารงานการก่อสร้าง รับจ้างก่อสร้าง และทำของ เพื่อให้
สายการการก่อสร้างที่ใช้เครื่องจักรและคน  ให้เกิดมีประสิทธิภาพ,รวดเร็ว,ดำเนินงานตามแผนงาน, สามารถปรเะมินผลงานในทุกขั้นตอนการก่อสร้าง มีการคุมค่าใช้จ่ายการก่อสร้าง  เช่น รับเหมาก่อสร้าง รับงานติดตั้ง รับจ้างสร้างโรงงาน อาคาร คอนโด บ้านจัดสรร โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะได้นำมาใช้ในโครงการ Maldives ในส่วนของงานก่อสร้างและบริหารส่วนกลาง เป็นต้น

2. โดยการสร้างงานการ
การก่อสร้างบนการใช้ฐานข้อมูล(Database),การประมวลผลและแชร์ข้อมูล จนเกิดเป็นการการก่อสร้างที่มีระบบ(Systematic on Construction Line)

3. การ
ก่อสร้างจะมีระบบ ทำให้มีผลดีต่อการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินและปูทางองค์กรเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ทั้งให้ระบบบริหารโดยครอบครัวปลอดภัย

4. มีระบบงานหลักพื่อ 1.)งานการก่อสร้าง 2.)งานบัญชีและการเงิน 3.)งานคลังสินค้า 4.)งานจัดซื้อ5.)งานการขาย การตลาด ลูกค้าสัมพันธ์

5. มีระบบงานรองเพื่อ 1.) งานขายสินค้าโชว์รูม 2.)งานขายสินค้าเร่งด่วน(โดยใช้กับเครื่องสแกนเนอร์) 3.)งานตั้งเบิกเงินจากองค์กรที่ว่าจ้าง

6. เพื่อ
งานใบสั่งก่อสร้าง ที่มีแจงวัสดุที่ใช้ รายการก่อสร้าง การคุมราคา การคิดค่าใช้จ่าย การประเมินผลและเวลาของช่าง ปัญหา แจงลักษณะพิเศษของการก่อสร้าง
7. เพื่องานบัญชีและการเงิน ที่มีงานลูกหนี้ เจ้าหนี้ เช็ครับ เช็คจ่าย รายรับรายจ่ายผูกกับงานงบประมาณ งานทำบัญชีส่งสรรพากร คิดค่าใช้จ่ายใบสั่งก่อสร้าง

8. มีระบบงานเสริมเพื่อออกเอกสารพิเศษ เช่น เอกสารการเงินพิเศษ  หนังสือออกเป็นภาษาอังกฤษ คำสั่งข้อบังคับงานประชุม การคำนวณ BOQ BOM สัญญาจ้าง สัญญาค้ำประกันงาน 

9. ระบบงานเสริม
เพื่อคิดค่าใช้จ่าย, เวลาทำงาน ค่าจ้าง และให้คะแนนการทำงานของช่าง ในทุกงานเมื่อเปิดงาน (Job) และ เปิดใบสั่งก่อสร้าง

10. มีระบบงานเสริมเพื่องานพิมพ์บาร์โค้ดบัตรประจำตัวพนักงาน ลูกค้า สติ๊กเกอร์ติดสินค้า และจ่าหน้าซองจดหมาย

 11. มีระบบงานเสริมเพื่อ1.)เตือน (Pop up Menu) 7 วันล่วงหน้างานบัญชีและการเงิน/ ผู้บริหาร 2.) เตือนงานคลังสินค้า และ 3.) เตือนงานการขาย งานการตลาด ลูกค้าสัมพันธ์
 

12. มีระบบงานรักษาความปลอดภัยข้อมูล ให้ใช้รหัสผ่านโดยแอดมินไม่รู้รหัสผ่านของผู้ใช้ และ มีการบันทึกวันเวลาการใช้ ผู้ใช้เปลี่ยนรหัสได้ตลอดเวลา
13. มีระบบงานรักษาความปลอดภัยข้อมูลและให้ผู้ใช้ โดยมีรายงานการใช้ของผู้ใช้ในปัจจุบัน และ ที่หมดสิทธิ์การใช้ไปแล้ว

14. มีระบบ
งานรักษาความปลอดภัยข้อมูล และแก้ไขข้อมูลจากผู้ได้รับสิทธิ์ในฐานะผู้แก้ไขข้อมูลได้ มีใน Version 9.9.9 G ขึ้นไป 

15. มีระบบงานรักษาความปลอดภัยข้อมูลเพื่อสำรองข้อมูล Backup  โดยแอดมิน

16. มี
ระบบนำเข้าและส่งข้อมูลออก ข้อมูลเป็นกลุ่มและเดี่ยว  เพื่อผู้ใช้สามารถสร้างงานการบันทึกที่ทำให้ลดเวลาในการพิมพ์ และเสริมความถูกต้อง

17. มี
ระบบการสรุปรายวัน/เดือน/ปี  เพื่อการวิเคราะห์  สำหรับผู้บริหารให้ดูและพิมพ์รายงานได้เอง ลดงานของพนักงานไม่ต้องทำสิ่งนี้

18. ใน
Version 9.9.9.9 G  มีรายงานของผู้ใช้ระดับพนักงานประมาณ 300 รายงาน ผู้ใช้ระดับบริหารประมาณ 650 รายงาน มีกราฟวิเคราะห์สรุป 90 กราฟ   และ
Version 9.G มีรายงานของผู้ใช้ระดับพนักงานประมาณ 230 รายงาน  ผู้ใช้ระดับบริหารประมาณ 150 รายงาน มีกราฟวิเคราะห์สรุปประมาณ 58 กราฟ
สไลด์2.PNG
19. มีระบบให้กำหนดสิทธิการใช้ทั้งตามประเภทกลุ่มงาน แผนก ตามภาระของแอดมิน หรือ ตามงานย่อยที่ให้ผู้ใช้ได้ทำงานผสม คละกัน เช่น งานย่อยเฉพาะคน ต้องแจ้งให้ผู้ผลิต(TSA) ทำไปหลายๆ ไป มีใน Version. 9.9.9 G ขึ้นไป

20. มี
ระบบงานวางแผนเพื่อกำหนดสายงานก่อสร้าง ในการใช้เครื่องจักรและช่าง ทั้งแจงชิ้นงาน ในแต่ละวัน มีใน Version. 9.9.9.9 G 

21. มีระบบ
การสรุปรายวัน/เดือน/ปีเพื่อการวิเคราะห์เป็นภาษาอังกฤษ ให้ผู้บริหารต่างประเทศเรียกดูและพิมพ์รายงานได้เอง ที่มีในVersion  9.9.9.9.9 G รวม 19 กราฟ

22. มีระบบมี
ระบบนำเข้าข้อมูล เพื่อ เปิดระบบได้ทันทีบนตาราง Excel จากรายชื่อและสินค้า ลูกค้า ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ผู้ขาย รายชื่อพนักงาน-ช่าง

23. เพื่อ
ระบบการก่อสร้าง ของ SME มีใน Version 9 G เท่านั้น

24. ระบบการบริการบน
New Normal โดย การนำเสนอ แก้ไข ปรับปรุง เพิ่มเติมโปรแกรม และ Link LAN กระทำจากทีมงานบน Internet
4.jpg
25. ผู้สนใจสามารถ ทดลองใช้โปรแกรม ตามคลิปอธิบายการใช้ โดย TSA จะติดตั้งโปรแกรมทดลอง บน Internet บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้สนใจได้

26. หรือผู้สนใจอาจจะ
ดาวน์โลดจาก Cloud ของ Google เพื่อนำไปติดตั้งโปรแกรมทดลองใช้เอง ก็ได้เช่นกัน มีสิทธิ์การเข้าใช้งานได้ 30 ครั้ง

 

27 ประเภทงานที่ต้องใช้ในระบบโปรแกรม ดังนี้ 1 ข้อมูลกลาง 2 งานบัญชีและการเงิน 3 ผู้จัดการระบบ 4 ผู้บันทึกข้อมูลรวม 5 ลูกค้าสัมพันธ์ 6 งานจัดซื้อ 7 งานคลังสินค้า 8 งานผู้จัดการระบบ 9 งานการก่อสร้าง 10 งานบันทึกข้อมูลรวม 11. งานเมนูของผู้บริหาร 12 งานบันทึกเอกสารพิเศษ

28. โดยผู้ใช้สามารถเลือกใช้ และจ่ายเงินค่าใช้โปรแกรม ตามงานที่เป็นทางเลือก เฉพาะที่ใช้ได้ ดังเช่น 1 งานพิเศษย่อย 2 งานขายสินค้าโชว์รูม หรือขายหน้าโรงงาน 3 งานขายสินค้าเร่งด่วน 4  งานตั้งเบิกเงินจากผู้ว่าจ้างก่อสร้าง 5 งานพนักงานและธุรการ 6 งานพิเศษหรือกำหนดพิเศษ 7 งานวางแผนการก่อสร้าง งานจะสายการก่อสร้าง  8. งานวางแผนการก่อสร้างที่ซับซ้อนที่ต้องใช้เครื่องจักร 9 งานผู้แก้ไขข้อมูล 10 เมนูผู้ตรวจสอบบัญชี 11.งานเมนู รายงานเป็นภาษาอังกฤษของผู้บริหารชาวต่างประเทศ 

โดยเพียง The SUN Academy (TSA) แค่ซ่อนงานทั้ง 11 งานนี้ไว้ และเมื่อใดผู้ใช้ประสงค์เพิ่มบางงาน เช่น ตามข้อ 6 งานพิเศษ งานกำหนดสิทธิ์พิเศษ เพื่อกำหนดให้พนักงานหรือผู้บริหารบางท่านได้สิทธิ์ในบางรายการ หรือบางรายงาน TSA ก็เพียงปลดล็อค หรือ Update ทาง Internet เท่านั้น TSA ออกแบบเป็นระบบ และมีการเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้ว

29.The SUN Academy (TSA) มีบริการจำหน่ายโปรแกรม เป็น 1.ใช้ตามรายเดือน 2.เงินผ่อน 3.เงินสดราคาพิเศษชำระครั้งเดียว การปลดล็อค หรือ ยืดเวลาการใช้ สามารถทำบน Internet


30. ท่านใดสนใจ, ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม, ต้องการทดลองใช้ ติดต่อ กรุณาติดต่อ: อาจารย์ ดุลยวัฒน์  พุทธคยา CEO ของ The SUN Academy (TSA) โทร. 098 437 5430 Line id:kamon2496

Copyrights
หัวเรื่อง 6 ค่าลิขสิทธิ์ทางปัญญา การประชาสัมพันธ์
สไลด์5.PNG

เพื่อเป็นการให้ค่าตอบแทนค่าลิขสิทธิ์ทางปัญญา การประชาสัมพันธ์และ เป็นเงินสนับสนุนการทำงานในอดีตของ  VG และ TSA เพื่อ เป็นเงินมัดจำล่วงหน้าการรับจ้างทำงาน แก่ 

1.) Vicharn Group และคณะผู้บริหาร ของ MIT ในเรื่องการจัดทำและออกแบบโครงการ MIT ทั้ง 11 แห่ง และเชิญชวนผู้ลงทุนย่อย ใน 63 ธุรกิจ และ โมเดลธุรกิจ ฺBlue eaven (BH) เพื่อคำนวณต้นทุน และรายได้โดยประมาณ โดยให้ AI ออกแบบและคำนวณ  ที่เริ่มต้นทำงาน วันที่ 9 สิงหาคม 2566 ณ วันที่ 9 เมษายน 2569 รวมเป็น 32 เดือน

1.1 ค่าตอบแทนจากผู้ลงทุนใหญ่ เพื่อเป็นค่าลิขสิทธิ์ทางปัญญา การประชาสัมพันธ์ (โดยจัดทำ Website 7 Website,  Clip ในสื่อดิจิตอลเช่น Line ,Facebook , TikTok,  YouTube , Instrgram )  ให้แก่ Vicharn Group และคณะผู้บริหาร ของ MIT ในเดือนละ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)นับแต่ 9 สิงหาคม 2566 

1.2 ผู้ลงทุนใหญ่ จ่ายค่าตอบแทนเพียงครั้งเดียว และ เพียงโครงการแห่งเดียว โดยชำระทันทีก่อนวันทำสัญญา Turnkey

2.) การใช้ Software Trinity ที่ผลิตโดย The SUN Academy (TSA) ที่เป็น 1.)งานก่อสร้าง 2.)การผลิต และ 3.) การบริการส่วนกลาง  VG จึงใคร่ขอเสนอมายังกรณ๊
 

2.1 ผู้ลงทุนใหญ่ มีการลงทุนในโครงการ MIT ค่าตอบแทนค่าลิขสิทธิ์ และ ค่าใช้ Software Trinity ระบบงานละ 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) โดยชำระทันทีก่อนวันทำสัญญา Turnkey 
 

2.2 ผู้ร่วมลงทุนกับผู้ลงทุนใหญ่ มีการลงทุนร่วมในโครงการ MIT ค่าตอบแทนค่าลิขสิทธิ์ และอื่น ๆ เป็นเงิน เดือนละ 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน) นับแต่ 9 สิงหาคม 2566 และ ค่าใช้ Software Trinity ระบบงานละ 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยชำระทันทีก่อนวันทำสัญญา Turnkey
 

2.3 ผู้ลงทุน พิเศษในการลงทุนนอกโครงการ MIT หรือ หรือลงทุน BH ค่าตอบแทนค่าลิขสิทธิ เดือนละ 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) นับแต่ 9 สิงหาคม 2566 และ ถ้ามีการใช้Software Trinity ค่าใช้ Software Trinity ระบบงานละ 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยชำระทันทีก่อนวันทำสัญญา Turnkey
 

อนึ่ง เงินตามข้อ 2.1, ข้อ 2.2 และ ข้อ 2.3 ผู้ลงทุนไม่สามารถขอรับคืนได้ แต่อย่างใด

3.) กรณีผู้ต้องการได้สิทธิ์การใช้ Software Trinity ด้านการก่อสร้าง โดยไม่ได้เป็นผู้เกี่ยวข้องกับ โมเดล Blue Heaven ค่าการใช้ Software Trinity ด้านการก่อสร้าง ต่อ 1 องค์กร  เพื่อใช้ใน 15 กลุ่มงาน  (Full Function)  ของ 1.)งานก่อสร้าง  หรือ 2.) งานการผลิต  หรือ 3.) งานการ[บริหารส่วนกลาง ในราคาระบบงานละ 400,000 บาท (แสนบาทถ้วน)  

3.1 กรณีเป็นการเช่า เดือนละ ระบบงานละ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

3.2 กรณีเป็นการเช่าซื้อ ผ่อนส่ง เดือนละ ระบบงานละ 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน)  รวม 24 เดือน

3.3 กรณี

ุ6 Chart วงกลม

คำอธิบาย และลักษณะทั่วไป

 2 Chart แสดงลักณะทั่วไป 36 ภาพ

1.jpg
สไลด์2.PNG
สไลด์3.PNG
7.jpg
3.jpg
2020-01-31_221508.jpg
2020-01-31_221417.jpg

เพื่อเป็นการให้ค่าตอบแทนค่าลิขสิทธิ์ทางปัญญา การประชาสัมพันธ์และ เป็นเงินสนับสนุนการทำงานในอดีตของ และ เป็นเงินมัดจำล่วงหน้าการรับจ้างทำงาน แก่ 

1.) Vicharn Group แก่คณะผู้บริหาร ของ MIT ในเรื่องการจัดทำและออกแบบโครงการ MIT ทั้ง 11 แห่ง และ โมเดล BH ที่เริ่มต้นทำงาน วันที่ 9 สิงหาคม 2566  เพียง ณ วันที่ 9 เมษายน รวม 32 เดือนแล้ว โครงการ MIT ทั้ง 11 แห่งได้ดำเนินการมาแล้ว 15 % ตามความเป็นสากลของการจัดบ้านจัดสรร 

1.1 1 ผู้ลงทุนใหญ่ ควรมีการลงทุนในโครงการ MIT ค่าตอบแทนค่าลิขสิทธิ์ทางปัญญา การออกแบบธุรกิจ และการออกแบบสิ่งปลูกสร้่างและกานวณรายรายรับจ่ายโดยประมาณโดย AI  พัธอื่น ๆในเดือนละ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)นับแต่ 9 สิงหาคม 2566

2.) การใช้ Software Trinity ที่ผลิตโดย The SUN Academy (TSA) ที่เป็น 1.)งานก่อสร้าง 2.)การผลิต และ 3.) การบริการส่วนกลาง  VG จึงใคร่ขอเสนอมายัง
 

2. และ ค่าใช้ Software Trinity ระบบงานละ 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) โดยชำระทันทีก่อนวันทำสัญญา Turnkey โดยหาก
 

2.2 ผู้ร่วมลงทุนกับผู้ลงทุนใหญ่ มีการลงทุนร่วมในโครงการ MIT ค่าตอบแทนค่าลิขสิทธิ์ และอื่น ๆ เป็นเงิน เดือนละ 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน) นับแต่ 9 สิงหาคม 2566 และ ค่าใช้ Software Trinity ระบบงานละ 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยชำระทันทีก่อนวันทำสัญญา Turnkey
 

2.3 ผู้ลงทุน ทั่วไป ในการลงทุนนอกโครงการ MIT หรือ BH ค่าตอบแทนค่าลิขสิทธิ เดือนละ 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) นับแต่ 9 สิงหาคม 2566 และ ถ้ามีการใช้Software Trinity ค่าใช้ Software Trinity ระบบงานละ 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยชำระทันทีก่อนวันทำสัญญา Turnkey
 

อนึ่ง เงินตามข้อ 2.1, ข้อ 2.2 และ ข้อ 2.3 ผู้ลงทุนไม่สามารถขอรับคืนได้ แต่อย่างใด

2.4 กรณีผู้ต้องการได้สิทธิ์การใช้ Software Trinity ด้านการก่อสร้าง โดยไม่ได้เป็นผู้เกี่ยวข้องกับ โมเดล Blue Heaven ค่าการใช้Software Trinity ด้านการก่อสร้าง ต่อ 1 องค์กร  เพื่อใช้ใน 15 กลุ่มงาน  (Full Function) ในราคา 

รายการแสดงงาน และ รายงาน หรือ กราฟท์ ใน Software Trinity 
Task

ระบบงาน 1 .  งานบัญชี และ การเงิน​

  • 1. เมนูเตือนงานบัญชีและการเงิน  

    • มีเมนูผุดขึ้นมา (Pop Up) เพื่อเตือนเรื่องกิจกรรมใน  7 วันข้างหน้าที่จะถึง

    • 1. เตือนตามวันคงเหลือ ของ งานลูกค้าสัมพันธ์ หรือ งานประสานงาน

    • 2. เตือนตามวันคงเหลือ งานลูกหนี้

    • 3. เตือนตามวันคงเหลือ งานเจ้าหนี้

    • 4. เตือนตามวันคงเหลือ  เช็คจ่าย

    • 5. เตือนตามวันคงเหลือ เช็ครับ

    • 6. เตือนตามวันคงเหลือ นัดหมายผลิต บริการ ที่กำหนดไว้ให้เสร็จ

    • 7. เตือนตามวันที่คงเหลือ รายการเตือน แนะนำ

  •  

  • 2. เมนูเตือนคลังสินค้า

  • มีปุ่มเข้าเมนู เพื่อเตือน

  • 1. เตือนตามจำนวนสินค้าคงเหลือผิดปกติ ( หากเป็นสินค้าเพื่อการก่อสร้างมีค่าติดลบ ที่อาจมาจาการตัดสต็อก หรือ หากเป็นสินค้าเพื่อการการก่อสร้างเป็น 0 เพราะสินค้าหมด จำต้องซื้อเพิ่ม หรือ ไม่ซื้อเพิ่ม หรือ หากเป็นสินค้าจากการผลิตเป็น 0 จะได้แจ้งให้ฝ่ายก่อสร้างเร่ง หรือ ผลิตสินค้า  เพื่อบอกแสดงให้ฝ่าย ขายทราบสถานะของสินค้านั้นไม่พร้อมขาย)

  • 2. เตือนตามตามสินค้าที่สูงว่าตัวเลขต่ำสุด (เพื่อเตรียมจัดหาหรือซื้อเพิ่ม เพื่อให้ทันหรือเพื่อจำนวนที่จะพอเพียงการผลิต )

  • 3. เตือนตามชื่อสินค้าที่ต่ำกว่าตัวเลขสูงสุด ( เพื่อเร่งการใช้ จำหน่าย หรือ ขาย)

  • 4. เตือนตามชื่อสินค้าเพื่อใช้ในการก่อสร้างที่ไม่มีการเคลื่อนไหว จากการใช้ หรือ จำหน่ายให้หน่วยงานในองค์กร  (จะบอกตามจำนวนวันที่ไม่เคลื่อน เพื่อเร่งการใช้)

  • 5. เตือนตามชื่อสินค้าเพื่อขายที่ไม่มีการเคลื่อนไหว  จากก่อสร้าง จากบริการ หรือ  การขาย (จะบอกตามจำนวนวันที่ไม่เคลื่อนเพื่อเร่งการใช้ จำหน่ายออก หรือ ขาย )

  • 6. เตือนตามชื่อสินค้าที่หมดอายุการใช้ เช่น ชำรุด หมดอายุจากวันที่ระบุจากสลากสินค้า (จะได้ทำเรื่องจำหน่ายออกจากคลังสินค้า)

2.1 งานฐานข้อมูลบัญชี

  • 1 งานกำหนดรหัสบัญชี

  • 2 งานทะเบียนลูกหนี้

  • 3 งานทะเบียนเจ้าหนี้

  • 4 กำหนดตัวเลขงานงบประมาณ

2.2 งานรายรับ รายจ่าย ผูกกับงานงบประมาณ

  • 1 บันทึกรายรับ รายจ่าย งบประมาณ

  • 2 บันทึกงานงบประมาณ

  • 3 รายงานรายรับ รายจ่าย ตามปี เดือน

  • 3 รายงานงบประมาณ  ตามปี เดือน

  •   2.3 งานลูกหนี้

  • 1 จ่ายเงินทั้งหมด

  • 2 จ่ายเงินบางส่วน

  • 3 ลดหนี้ / ยกหนี้ โดยการลดหนี้ หรือ ยกหนี้  ให้ระบุว่าใครเป็นผู้ลดหนี้ ยกหนี้ จำนวนเงิน และ วันที่ลดหนี้ พร้อมให้ทำบันทึกขอนุมัติ ลดหนี้ หรือ ยกหนี้  ให้ผู้บริหารในระบบ จากโปรแกรมนี้ด้วย ก่อนที่จะมีการลดหนี้ / ยกหนี้ ทุกครั้ง

  • 4 ชำระหนี้ด้วยสิ่งอื่นแทน ให้ระบุว่าใครเป็นอนุมัติ จำนวนเงิน และ วันที่ลดหนี้ พร้อมให้ทำบันทึกแจ้งให้ผู้บริหารในระบบ จากโปรแกรมนี้ด้วย

  • 5 มีรายงานในรายการ 1.) ตามวันที่ลงทะเบียนลูกหนี้ 2.) ตามรายชื่อลูกหนี้ทั้งหมด 3.) ตามรายชื่อลูกหนี้ค้างชำระ4.) ตามประเภทลูกหนี้ 5.) ตามวันครบกำหนดชำระ 6.) ตามประเภทหนี้ 7.) ตามประเภทการค้างชำระ 8.) ตามวันที่ลูกหนี้จ่ายเงิน 9.) ตามช่วงวันที่ลงรายการลูกหนี้10.) ตามการได้รับการลดหนี้ 11.) ตามชื่อลูกหนี้ที่ได้รับการลดหนี้ 12.) ตามสถานะปัจจุบันการเป็นหนี้13.) ตามวันที่คงเหลือที่จะชำระ

  • 2.4 งานเจ้าหนี้  

  • 1 จ่ายเงินทั้งหมด

  • .2 จ่ายเงินบางส่วน

  • .3 การลดหนี้ ใครระบุว่าใครเป็นลดหนี้ จำนวนเงิน และ วันที่ลดหนี้ พร้อมให้ทำบันทึกแจ้งให้ผู้บริหารในระบบ จากโปรแกรมนี้ด้วย

  • 4 ชำระหนี้ด้วยสิ่งอื่นแทน ให้ระบุว่าใครเป็นอนุมัติ จำนวนเงิน และ วันที่ลดหนี้ พร้อมให้ทำบันทึกแจ้งให้ผู้บริหารในระบบ จากโปรแกรมนี้ด้วย

  • 5 มีรายงานในรายการ 1.) ตามวันที่ลงทะเบียนเจ้าหนี้ 2.) ตามรายชื่อเจ้าหนี้ทั้งหมด 3.) ตามรายชื่อเจ้าหนี้ค้างชำระ4.) ตามประเภทเจ้าหนี้ 5.) ตามวันครบกำหนดชำระ 6.) ตามประเภทหนี้ 7.) ตามประเภทการค้างชำระ 8.) ตามวันที่เจ้าหนี้จ่ายเงิน 9.) ตามช่วงวันที่ลงรายการเจ้าหนี้10.) ตามการได้รับการลดหนี้ 11.) ตามชื่อเจ้าหนี้ที่ได้รับการลดหนี้ 12.) ตามสถานะปัจจุบันการเป็นหนี้13.) ตามวันที่คงเหลือที่จะชำระ

  •  

  • 2.5 งานเช็ครับจ่าย

  • 1 ประวัติการออกเช็ค

  • 2 ประวัติการรับเช็ค

  • 3 เช็คที่มีปัญหา

  • 4 การดำเนินคดี

  • 5 มีรายงานในรายการ 1.) ตามวันที่จ่ายเช็ค  2.) ตามเช็คที่สั่งจ่ายแล้วยังไม่ผ่าน 3.) ตามช่วงวันที่จ่ายเช็ค 4.) ตามวันที่รับเช็ค 5.) ตามเช็ครับแต่ยังไม่ผ่าน 6.) ตามตามช่วงวันที่จ่ายเช็ค7.) ตามวันครบกำหนดคงเหลือเช็คจ่าย – รับ 8.) ตามประเภทการดำเนินการ  9.) ตามวันครบกำหนดคงเหลือเช็คจ่าย 10.) ตามวันครบกำหนดคงเหลือเช็ครับ

  •  

  • 2.6 งานบัญชีส่งสรรพกร

  • 1 รายงานกระดาษทำการ

  • 2 รายงานงบดุล

  • 3 รายงานงบกำไรขาดทุน

  • 4 รายงานกระแสเงินสด

  • 5 รายงานสมุดรายวันซื้อ

  • 6 รายงานสมุดรายวันขาย

  • 7 รายงานบัญชีแยกประเภท

  • 8 รายงานรายการผ่านบัญชี

  • 9 รายงานเงินสดย่อย

  • 10 นำออกข้อมูล เป็น File Excel

  •  

  • 2.7 ออกเอกสารบัญชี

  • 1 ใบเสร็จรับเงิน  1.) สามารถนำเข้าขื่อสินค้า และ ราคา สินค้าจากคลัง (ไม่ต้องตัดสต็อก)  2.) สามารถนำเข้าอัตโนมัติจากใบสั่งก่อสร้าง , ใบกำกับภาษี และเอกสารพิเศษ

  • 2 ใบกำกับภาษี / ใบแจ้งหนี้  / ใบวางบิล 1.) สามารถนำเข้าขื่อสินค้า และ ราคา สินค้าจากคลัง (ไม่ต้องตัดสต็อก)  2.) สามารถนำเข้าอัตโนมัติจากใบสั่งผลิต ใบสั่งซื้อตามราคาขาย  และ ใบสั่งซื้อตามราคาทุน

  • 3 เอกสารพิเศษ สามารถนำเข้าอัตโนมัติจากใบสั่งก่อสร้าง , ใบกำกับภาษี

  • 4 ใบปรับปรุงสต็อกสินค้า  ใบตรวจสอบสต็อกสินค้าคงเหลือ กำหนดและบันข้อกำหนดเองได้ ตามเมนูการบันทึกเอกสารพิเศษ ที่มากับโปรแกรม

  • 5 รายงานอื่น ๆ เช่น สัญญาเงินผ่อน สัญญารับสภาพหนี้ บนตามเมนูการบันทึกเอกสารพิเศษ

  • 6  สามารถทำและพิมพ์เอกสารอื่น ๆ สร้างและหัวข้อกำหนดเองได้ ตามเมนูการบันทึกเอกสารพิเศษ

  •  

  • 2.8 การรับเงิน

  • 1 จากการก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม หรือ การบริการ 1.) สามารถนำเข้าขื่อสินค้า และ ราคา สินค้าจากคลัง (ไม่ต้องตัดสต็อก)  2.) สามารถนำเข้าอัตโนมัติจากใบสั่งก่อสร้าง , ใบกำกับภาษี และเอกสารพิเศษ

  • 2 จากการชำระหนี้  

  • 3 การขายสินค้าจากโชว์รูม

  • 4 การขายสินค้าหน้าร้าน

  •  

  • 2.9 การจ่ายเงิน

  • 1 จากการซื้อสินค้า ตามใบขอซื้อสินค้า หรือ ใบอนุมัติจัดซื้อ จากเอกสารของบัญชี หรือเอกสารตามเมนูการบันทึกเอกสารพิเศษจากโปรแกรมนี้ ให้พนักงานฝ่ายบัญชี มาบันทึกรายจ่ายในโปรแกรมนี้ด้วยเสมอ

  • 2 จากการซื้อสินค้าและได้จัดซื้อไปแล้ว โดยมีใบเสร็จรับเงิน ในทวงหนี้ ใบกำกับภาษี ให้พนักงานฝ่ายบัญชี มาบันทึกรายจ่ายในโปรแกรมนี้ด้วยเสมอ

  • 3 จากการซื้อสินค้าและได้จัดซื้อไปแล้ว โดยต้องจ่ายเช็ค ให้พนักงานฝ่ายบัญชี มาบันทึกรายการเช็คจ่ายในโปรแกรมนี้ด้วยเสมอ

  • 2.10 การคำนวณค่าใช้จ่าย และค่าแรงจากใบสั่งก่อสร้าง

  • 1 คำนวณค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม (รวมค่าแรงพิเศษ OT) และค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ( รวมค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก็ส ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินเดือนค่าจ้าง เงินประกันสังคม ภาษี ค่ารับรอง ค่าเสื่อมในเดือนนั้นทั้งหมดเมื่อรวมกัน แล้ว หารด้วยจำนวนใบสั่งก่อสร้างในเดือนนั้น ค่าที่ใช้จ่ายเฉลี่ยที่ได้จะเป็นต้นทุนในแต่ละใบสั่งก่อสร้าง หากไม่คำนวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ย จะไม่ได้ยอดเงินที่สรุปกำไร หรือ ขาดทุนในแต่ละใบสั่งก่อสร้าง)

  • 2 พิมพ์ค่าแรง OT จากตัวเลขการทำงานของพนักงานช่าง ที่ผ่ายก่อสร้างเป็นผู้บันทึกในแต่ละใบสั่งก่อสร้าง

  •  

  • ระบบงาน 3. ระบบจัดซื้อ

  • 1 ซื้อสินค้าเข้าคลัง  1.) สามารถนำเข้าชื่อสินค้า และ ราคา สินค้าจากคลัง (ไม่ต้องตัดสต็อก)  2.) สามารถนำเข้าอัตโนมัติจากใบขออนุมัติซื้อสินค้า จากเมนูการบันทึกเอกสารพิเศษ เมื่อนำเข้าขออนุมัติซื้อสินค้าแล้ว ที่แถบข้อความนำเข้าจะปรากฏคำว่า “นำเข้าแล้ว” ปรากฏ

  • 2 ซื้อสินค้าไม่เข้าคลัง

  • 3 ทำทะเบียนผู้ขาย

  • 4 นำเข้าอัตโนมัติรายการเจ้าหนี้

  • 5 มีเมนูรายงานสินค้าคงเหลือ / เคลื่อนไหว

  • 6 มีเมนูรายงานชื่อผู้ขาย กับสินค้าคงเหลือ

  • 7 มีเมนูรายงานสินค้าผิดปกติ

  • 8 มีเมนูรายงานแจงสินค้าที่ต่ำกว่าค่าสูง และ ค่าต่ำที่ตั้งเตือนไว้

  • 9 จัดทำใบขออนุมัติซื้อส่งผู้บริหารอนุมัติ ตามเมนูการบันทึกเอกสารพิเศษ

  • 10 สามารถทำและพิมพ์เอกสารอื่น ๆ สร้างและหัวข้อกำหนดเองได้ ตามเมนูการบันทึกเอกสารพิเศษระบบงาน 1 .

  •  

  • ระบบงาน 4. งานคลังสินค้า

  • เมนูเตือนคลังสินค้า

  • มีเมนูผุดขึ้นมาทันที (Pop Up) เมื่อเข้ามาหน้ารายการนี้ เพื่อเตือนพนักงานคลังสินค้า เพื่อ

  • 1. เตือนตามจำนวนวัสดุก่อสร้าง สินค้าคงเหลือผิดปกติ ( หากเป็นวัสดุก่อสร้าง สินค้าเพื่อการก่อสร้าง มีค่าติดลบ ที่อาจมาจาการตัดสต็อก หรือ หากเป็นวัสดุก่อสร้าง สินค้าเพื่อการวัสดุก่อสร้าง เป็น 0 เพราะสินค้าหมด จำต้องซื้อเพิ่ม หรือ ไม่ซื้อเพิ่ม หรือ หากเป็นสินค้าจากการวัสดุก่อสร้าง เป็น 0 จะได้แจ้งให้ฝ่ายก่อสร้าง เร่งหรือใช้วัสดุก่อสร้าง สินค้าจากการผลิต เพื่อบอกแสดงให้ขายทราบสถานะของสินนั้นไม่พร้อมขาย)

  • 2. เตือนตามวัสดุก่อสร้าง สินค้าที่สูงว่าตัวเลขต่ำสุดที่กำหนดไว้ (เพื่อเตรียมจัดหาหรือซื้อเพิ่ม เพื่อให้ทันหรือเพื่อจำนวนที่จะพอเพียงการผลิต )

  • 3. เตือนตามชื่อวัสดุก่อสร้าง สินค้าที่ต่ำกว่าตัวเลขสูงสุดที่กำหนดไว้ ( เพื่อเร่งการใช้ จำหน่าย หรือ ขาย)

  • 4. เตือนตามชื่อวัสดุก่อสร้าง สินค้าเพื่อใช้ในการก่อสร้าง ผลิตที่ไม่มีการเคลื่อนไหว จากการใช้ หรือ จำหน่ายให้หน่วยงานในองค์กร  (จะบอกตามจำนวนวันที่ไม่เคลื่อน เพื่อเร่งการใช้ก่อสร้าง)

  • 5. เตือนตามชื่อวัสดุก่อสร้าง สินค้าเพื่อวัสดุก่อสร้าง ที่ไม่มีการเคลื่อนไหว  จากก่อสร้างบริการ หรือ  การขาย(จะบอกตามจำนวนวันที่ไม่เคลื่อนเพื่อเร่งการใช้ก่อสร้าง จำหน่าย หรือ ขาย )

  • 6. เตือนตามชื่อวัสดุก่อสร้าง สินค้าที่หมดอายุการใช้ก่อสร้าง ใช้ผลิต เช่น ชำรุด หมดอายุจากวันที่ระบุจากสลากวัสดุก่อสร้าง สินค้า (จะได้ทำเรื่องจำหน่ายออกจากคลังสินค้า)

  • ระบบงาน  5. ขายสินค้าในโชว์รูม และขายสินค้าหน้าร้านหรือโรงงาน (โครงการ MIT อาจมีการจำหน่ายสินค้าพิเศษ)

  • บางสถานประกอบการ หรือ โรงงานก่อสร้างสินค้า มีการขายสินค้าที่โชว์รูม หรือขายสินค้าหน้าร้าน หรือโรงงาน หากไม่มีขายสินค้าแบบนี้ งานตามระบบนี้ก็ไม่ต้องใช้

  • 1 ออกใบจองสินค้า

  • 2 ออกใบสั่งซื้อสินค้า

  • 3 ใบนำสินค้าออกจากโรงงาน หรือ โครงการ

  • 4 ขายสินค้าหน้า หรือ โรงงาน มีการใช้เครื่อง Scanner Barcode สินค้า เมื่อผู้ใช้ยิงไปที่ Barcode สินค้า แล้ว ผู้ใช้ต้องระบุจำนวนสินค้า และ จำนวนเงิน เพื่อออกใบเสร็จ

  • 5 สามารถทำและพิมพ์เอกสารอื่น ๆ สร้างและหัวข้อกำหนดเองได้ ตามเมนูการบันทึกเอกสารบนเอกสารพิเศษ จากโปรแกรม

  • ระบบงาน 6. งานฝ่ายก่อสร้าง

  • 1 ตรวจสอบประวัติการก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม บริการ หรือ นำมาซ่อม นำมาแก้ไขของลูกค้า

  • 2 สร้างทะเบียนลูกค้า

  • 3  ออกใบรับสินค้า เพื่อนำมาก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม บริการ หรือ นำมาซ่อม นำมาแก้ไข

  • 4  ออกใบตรวจสอบสินค้าที่นำมาก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม บริการ หรือ นำมาซ่อม นำมาแก้ไข

  • 5 บันทึกใบสั่งก่อสร้าง เพื่อการ ต่อเติม ซ่อมแซม บริการ

  • ระบบงาน 7. งานตั้งเบิกเงิน จากบริษัทผู้ว่าจ้าง ให้ก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม  หรือ  จากผู้ลงทุนย่อย

  • 1 นำเข้าข้อมูลจากใบสั่งก่อสร้าง

  • 2 มีเมนูรายงานตั้งเบิก

  • 3 สามารถนำออกอัตโนมัติทำรายการลูกหนี้

  • 4 สามารถทำและพิมพ์เอกสารอื่น ๆ สร้างและหัวข้อกำหนดเองได้ ตามเมนูการบันทึกเอกสารบนเอกสารพิเศษ จากโปรแกรม

  • ระบบงาน 8. ลูกค้าสัมพันธ์  หรือ งานบริการการส่วนกลาง

  • ปัจจุบันธุรกิจซับซ้อน และ ไม่มั่นคงมากขึ้น งานลูกค้าสัมพันธ์ งานฝ่ายขาย งานฝ่ายการตลาดไม่ควรเป็นภาระของเสมียนหรือพนักงานขายคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

  • ปัจจุบันธุรกิจซับซ้อน และ ไม่มั่นคงมากขึ้น งานลูกค้าสัมพันธ์ งานฝ่ายขาย งานฝ่ายการตลาดไม่ควรเป็นภาระของเสมียนหรือพนักงานขายคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

  • 1 ติดตาม ติดต่อจากลูกค้า บนโปรแกรมตามข้อมูล ยอดซื้อ ยอดจ้างก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม บริการ เวลาสุดท้ายที่ซื้อสินค้าหรือจ้างก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม บริการ

  • 2 ตั้งเวลาติดต่อในกิจกรรม การเตือน การใช้ เวลาประกันสินค้า เพื่อสร้างเครื่องเตือนในวันข้างหน้า

  • 3 จัดส่งของขวัญ ของชำร่วย ตามยอดจ้างก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม บริการ ยอดซื้อสินค้า

  • 4 ออกบันทึกแนะนำการใช้

  • 5 ประสานงานตามข้อร้องเรียน

  • 6 ประสานงานตามปัญหาใบสั่งก่อสร้าง  เพื่อจ้างก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม บริการ

  • 7 แบ่งกลุ่มลูกค้าตามยอดสั่งก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม บริการ

  • 8 มอบของขวัญตามในวันสำคัญส่วนตัวลูกค้า เช่นวันเกิด วันครบเปิดหน่วยงาน

  • 9 ออกแบบและติดตามใบรับประกันสินค้า

  • 10 มีรายงานติดตามวันสุดท้ายของการก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม บริการ และ การซื้อสินค้าผ่านมาทางใบเสร็จรับเงิน

  • 11 สามารถทำและพิมพ์เอกสารอื่น ๆ สร้างและหัวข้อกำหนดเองได้ ตามเมนูการบันทึกเอกสารบนเอกสารพิเศษ จากโปรแกรม

  •  

  • ระบบงาน 9. ผู้ตรวจสอบบัญชี  โรงงานก่อสร้างบางแห่งกำหนดให้สำนักงานตรวจสอบบัญชี เข้ามาดู

  • 1 การรับเงินจากใบเสร็จ

  • 2 การรับเงินตามวัน เดือน ปี

  • 3 การรับเงินตามช่วงปี

  • 4 รายงานบัญชีส่งสรรพกร

  • 5 รายงานเจ้าหนี้ ตามเดือน ปี

  • 6 รายงานลูกหนี้ ตามเดือน ปี

  • 7 รายงานเช็ค รับจ่าย ตามเดือน ปี

  • 8 รายงานรายรับ รายจ่าย ตามเดือน ปี

  •  

  • ระบบงาน 10. ผู้สามารถแก้ไขข้อมูลได้    (ส่วนนี้ ในโครงการ MIT ไม่เปิดให้ใช้ )    

  • ปกติโปรแกรมนี้ถูกกำหนดให้แก้ไข ลบรายการย้อนหลังไม่ได้ แต่เพื่อเป็นการยืดหยุ่นจึงเปิดให้ใช้ระบบนี้ขึ้น ขึ้นอยู่กับผู้บริหารขององค์กรที่กำหนดผู้ได้รับมอบอำนาจ หรือ ไม่ให้สิทธิ์กับผู้ใด

  • 1 การแก้ไขใบเสร็จรับเงิน

  • 2 การแก้ไขใบเอกสารพิเศษ

  • 3 การแก้ไขใบกำกับภาษี / ใบแจ้งหนี้

  • 4 การแก้ไขบันทึกสต็อกสินค้า

  •  

  • ระบบงาน 11. ผู้บันทึกข้อมูลรวมทุกงาน  (ส่วนนี้ ในโครงการ MIT เปิดให้ใช้ ได้ หากเป็นโครงการระดับเล็ก เช่น  โครงการ M 3  บางบาล )     

  • หากมีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว(Stand Alone) และมีพนักงานบันทึกทำงานคนเดียว ผู้ใช้สามารถบันทึกบนเมนูเดียว ใน Version 9 G, 9.9 G, 9.9.9 G

  • 1 เมนูฐานข้อมูลกลาง  

  • 2 เมนูงานฝ่ายก่อสร้าง

  • 3 เมนูงานฝ่ายบัญชีและการเงิน

  • 4 เมนูฝ่ายขายสินค้าโชว์รูม

  • 5 เมนูงานฝ่ายคลังสินค้า

  • 6 เมนูงานฝ่ายจัดซื้อ

  • 7 เมนูจากทำงานขององค์กร

  • 8 เมนูรวมพิเศษ

  •  

  • ระบบงาน 12. ผู้จัดการระบบงาน (ADMIN)

  • 1 กำหนดสิทธิ์ในการใช้โปรแกรม

  • 1.1 รหัสผ่านของผู้ใช้ใหม่จะเป็น 1 เสมอ

  • 1.2 เมื่อผู้ใช้พิมพ์  1 โปรแกรมจะให้ใส่รหัสผ่านใหม่ทันที

  • 1.3 Admin จึงไม่สามารถรู้รหัสผ่านของผู้ใช่แต่ละคน ยกเว้นผู้ใช้จะบอกกันเอง

  • 2 กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ใช้ใหม่

  • 3 กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ที่ลืมรหัสผ่าน โดยยกเลิกสิทธิ์เดิมที่ลืม ก่อนกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ใช้ใหม่

  • 4 กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ใช้ใหม่ตามประเภทของงาน ซึ่งชื่อในการใช้ต้องไม่ซ้ำกัน เพราะโปรแกรมจะไม่ยอมให้ผ่าน

  • 5 ทำหน้าที่ Back Up โปรแกรม

  •  

  • ระบบงาน 13.  ผู้ที่ได้สิทธิ์ใช้ ฐานะ “ผู้บริหาร” ในระบบ  สำหรับใช้โปรแกรมนี้

  •  

  • ระบบงาน 14 ผู้บริหารในระบบ สำหรับใช้โปรแกรมนี้ อาจจะเป็นผู้ไม่ได้เป็นผู้บริหารขององค์กรก็ได้ โดยต้องมีชื่อ ในส่วนของพนักงานสำนักงาน

Report
รายการแสดงListing  และ รายงาน หรือ กราฟท์ ใน Software Trinity 
  • ระบบงาน 1. เมนูเตือนงานบัญชีและการเงิน

    • มีเมนูผุดขึ้นมา (Pop Up) เพื่อเตือนกิจกรรมใน  7 วันข้างหน้าที่จะถึง

    • 1. เตือนตามวันคงเหลือ ของ งานลูกค้าสัมพันธ์ หรือ งานประสานงาน

    • 2. เตือนตามวันคงเหลือ งานลูกหนี้

    • 3. เตือนตามวันคงเหลือ งานเจ้าหนี้

    • 4. เตือนตามวันคงเหลือ  เช็คจ่าย

    • 5. เตือนตามวันคงเหลือ เช็ครับ

    • 6. เตือนตามวันคงเหลือ นัดหมายส่งงานก่อสร้าง ซ่อมแซม ต่อเติม บริการ ที่กำหนดไว้ให้เสร็จ

    • 7. เตือนตามวันที่คงเหลือ รายการเตือน แนะนำ

  • ระบบงาน 2. เมนูเตือนคลังสินค้า

  • มีปุ่มเข้าเมนู เพื่อเตือน

  • 1. เตือนตามจำนวนวัสดุก่อสร้าง สินค้าคงเหลือผิดปกติ ( หากเป็นวัสดุก่อสร้าง สินค้าเพื่อการก่อสร้าง มีค่าติดลบ ที่อาจมาจาการตัดสต็อก หรือ หากเป็นวัสดุก่อสร้าง สินค้าเพื่อการวัสดุก่อสร้าง เป็น 0 เพราะสินค้าหมด จำต้องซื้อเพิ่ม หรือ ไม่ซื้อเพิ่ม หรือ หากเป็นสินค้าจากการวัสดุก่อสร้าง เป็น 0 จะได้แจ้งให้ฝ่ายก่อสร้าง เร่งหรือใช้วัสดุก่อสร้าง สินค้าจากการก่อสร้าง เพื่อบอกแสดงให้ขายทราบสถานะของสินนั้นไม่พร้อมขาย)

  • 2. เตือนตามวัสดุก่อสร้าง สินค้าที่สูงว่าตัวเลขต่ำสุดที่กำหนดไว้ (เพื่อเตรียมจัดหาหรือซื้อเพิ่ม เพื่อให้ทันหรือเพื่อจำนวนที่จะพอเพียงการก่อสร้าง )

  • 3. เตือนตามชื่อวัสดุก่อสร้าง สินค้าที่ต่ำกว่าตัวเลขสูงสุดที่กำหนดไว้ ( เพื่อเร่งการใช้ จำหน่าย หรือ ขาย)

  • 4. เตือนตามชื่อวัสดุก่อสร้าง สินค้าเพื่อใช้ในการก่อสร้าง ที่ไม่มีการเคลื่อนไหว จากการใช้ หรือ จำหน่ายให้หน่วยงานในองค์กร  (จะบอกตามจำนวนวันที่ไม่เคลื่อน เพื่อเร่งการใช้ก่อสร้าง)

  • 5. เตือนตามชื่อวัสดุก่อสร้าง สินค้าเพื่อวัสดุก่อสร้าง ที่ไม่มีการเคลื่อนไหว  จากก่อสร้างบริการ หรือ  การขาย(จะบอกตามจำนวนวันที่ไม่เคลื่อนเพื่อเร่งการใช้ก่อสร้าง จำหน่าย หรือ ขาย )

  • 6. เตือนตามชื่อวัสดุก่อสร้าง สินค้าที่หมดอายุการใช้ก่อสร้าง ใช้ผลิต เช่น ชำรุด หมดอายุจากวันที่ระบุจากสลากวัสดุก่อสร้าง สินค้า (จะได้ทำเรื่องจำหน่ายออกจากคลังสินค้า)

  • ระบบงาน 3.  เมนูรายงานฝ่ายก่อสร้าง

  • 1 เมนูรายงานประวัติก่อสร้าง

  • 2 เมนูรายงานใบสั่งก่อสร้าง

  • 3 เมนูรายการผลิตที่ยังไม่เสร็จ

  • 4 เมนูรายงานทำงานพนักงานช่าง   

  • 5 เมนูรายงานค่าใช้จ่ายการก่อสร้าง

  • 6 เมนูภาพประกอบการ

  • ระบบงาน 4  เมนูรายงานฝ่ายคลังสินค้า วัสดุก่อสร้าง

    • 1  เมนูตามประเภทสินค้า   

    • 2 สินค้าคงเหลือที่ต่ำกว่าจำนวนต่ำสุด

    • 3 สินค้าคงเหลือที่สูงกว่าจำนวนสูงสุด

    • 4 การตรวจสอบสต็อกสินค้า   

    • 5 บัตรรายการสต็อกสินค้า

    • 6 การตรวจสอบสต็อกตามสถานที่จัดเก็บ

    • 7 สินค้าคงเหลือที่ผิดปกติ      

    • 8 การตรวจสอบการจำหน่ายตามวันที่

    • 9 การตรวจสอบการจำหน่ายตามเดือน

    • 10 การตรวจสอบการจำหน่ายตามปี

    • 11 การตรวจสอบประเภทสต็อกตามช่วงวันที่

    • 12 การตรวจสอบประเภทสต็อกตามช่วงวันที่

    • 13 การตรวจสอบประเภทสต็อกตามปี

    • 14 เมนูสต็อกสินค้าทั่วไป

    • 15 การเปรียบเทียบแสดงบนกราฟ 

  •  

  • ระบบงาน 5  เมนูรายงานขายสินค้าของโชว์รูม  หน้าโครงการ

  • 1 ตามเลขที่ใบเสร็จ               

  • 2 ตามวันที่การเก็บเงิน

  • 3 ตามเดือนที่เก็บเงิน

  • 4 ตามปีที่เก็บเงิน    

  • 5 ตามปีที่เก็บเงินตามประเภทการเก็บเงิน

  •  

  • ระบบงาน 6  เมนูรายงานฝ่ายบัญชีและการเงิน

    • 1 รายงานการรับเงินจากใบเสร็จทั่วไป

    • 2 รายงานการรับเงิน ตามวันที่ เดือน ปี

    • 3 รายงานการรับเงิน ตามวันที่ เดือน ปี

    • 4 รายงานบัญชีส่งกรมสรรพกร 

    • 5 รายงานเจ้าหนี้ ตามเดือน ปี

    • 6 รายงานลูกหนี้ ตามเดือน ปี

    • 7 รายงานเช็ค รับ จ่าย ตามเดือน ปี

    • 8 รายงานรายรับ จ่าย ตามเดือน ปี

    • 9 รายงานงบรายรับ งบรายจ่าย ตามปี

  •  

  • ระบบงาน 7 เมนูรายงานฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ หรือ เพื่องานบริการส่วนกลาง / ฝ่ายขาย / ฝ่ายการตลาด ของทีม TSA 

  • 1 เมนูรายงานฝ่ายลูกค้าลูกค้าสัมพันธ์ / ฝ่ายขาย /ฝ่ายการตลาด ตามปี

  • 2 เมนูวันสำคัญของลูกค้าในปีปัจจุบัน

  • 3 เมนูการติดต่อ หรือ สมนาคุณลูกค้า

  • 4 เมนูการการเตือน การแนะนำแก่ลูกค้า

  • 5 เมนูการติดตามการก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม บริการ และ ซื้อสินค้า

  •  

  • ระบบงาน 8 เมนูรายงานการสรุปผลและวิเคราะห์

    • 1 รายการใบสั่งก่อสร้าง ต่อเติม บริการ  ตามปี 

    • 2 รายการค่าใช้จ่ายตามใบสั่งก่อสร้าง ต่อเติมตามปี

    • 3 รายการค่าใช้จ่ายตามใบสั่งก่อสร้าง ตามช่วงปี

    • 4 รายการค่าใช้จ่ายตามประเภทและรายการ ตามปี

    • 5 รายการเอกสารพิเศษ ตามปี  

    • 6 รายการใบประเมินผลการก่อสร้าง  ตามปี

    • 7 รายการก่อสร้าง ต่อเดิมให้ลูกค้า ตามปี

    • 8 รายการใบเบิกเงิน ตามชื่อบริษัทผู้ว่าจ้างก่อสร้างตามปี

    • 9 รายการใบเบิกเงิน ส่งเบิกเงินบริษัทผู้ว่าจ้างก่อสร้าง

    • 10 รายการทำงานของ พนักงานช่างตามปี

    • 11 รายการการก่อสร้าง และขาย วัสดุก่อสร้าง สินค้าตามใบเสร็จ ตามปี

    • 12 รายการการเคลื่อนไหวของวัสดุก่อสร้าง สินค้าตามปี

    • 13 รายการความก้าวหน้าของงานในปีปัจจุบัน

    •  14 รายการจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง สินค้า ตามปี

  •  

  • ระบบงาน 9  เมนูการวิเคราะห์ตามปีจากกราฟ

  • 1 รายการจัดซื้อสินค้า ตามปี 

  • 2 ตามราคาใบสั่งก่อสร้างทั้งหมดของทุกปี

  • 3 ตามรายได้จากใบเสร็จของทุกปี

  • 4 ตามราคาใบเบิกค่าจ้างก่อสร้างของทุกปี

  • 5 ตามกำไรจากสินค้าของทุกปี

  • 6 ตามการจ่ายเงินตามการจัดซื้อของทุกปี

  • 7 ตามการบันทึกของสต็อกสินค้าของทุกปี

  •  
  • ระบบงาน 10 เมนูการวิเคราะห์ตามเดือนจากกราฟ

    • 1 ตามค่าใช้จ่ายตามใบสั่งก่อสร้าง

    • 2 ตามรายได้ตามการก่อสร้าง

    • 3 ตามรายได้จากใบเสร็จรับเงิน

    • 4 ตามใบเบิกเงินค่าจ้างก่อสร้างที่องค์กรจ้างก่อสร้างจ่ายเงิน

    • 5 ตามการจัดซื้อ

  •  

  • ระบบงาน 11 เมนูรวมวันเตือน ตามวันคงเหลือ  

    • ตามวันเตือนการใช้สินค้าที่ก่อสร้างคงเหลือ

    • ตามจำนวนวันที่เสนอราคาบริษัทผู้ว่าจ้างก่อสร้าง

    • ตามวันจะชำระหนี้ของลูกหนี้คงเหลือ

    • ตามวันต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้คงเหลือ

    • ตามวันคงเหลือเช็คจ่าย

    • ตามวันคงเหลือเช็ครับ

    • ตามวันคงเหลือเพื่อการติดต่อ

 

ระบบงาน 12 งานบริหารสายงานก่อสร้าง         

  •  สำหรับ Version 9.9.9.9 G  จุดเด่น ของเวอร์ชั่น นี้ คือการนำเข้าอัตโนมัติ การวางแผนการทำงานการก่อสร้าง จากข้อมูลกลุ่มใหญ่

  • 1 เมนูรายการสั่งก่อสร้าง ที่ยังไม่เสร็จ   

  • 2  เมนูการลงทะเบียนการรับงานก่อสร้าง    

  • 3 บันทึกการวางแผนรับงานก่อสร้าง   

  • 4 บันทึกการออกใบรับก่อสร้างหลัก

  • 5 รายการจัดการสายการก่อสร้าง

 

ระบบงาน 13. งานสรุปให้ผู้บริหารมาจากต่างประเทศ เป็นภาษาอังกฤษ จากข้อมูลที่บันทึกเป็นภาษาไทย

  • สำหรับ Version 9.9.9.9.9 G

  • 1 Production Order Jobs  by Year

  • 2 Expense of Production Order by Year     

  • 3 List of Expenses by Category

  • 4 Comparison on Chart by Selected Year 

  • 5 Production Evaluation List

  • 6 Production List According to Customer

  • 7 Bill of money By name of Employer Company

  • 8 Comparison on Chart by Selected Month     

  • 9 Work list of Mechanic Workers

  • 10 Sales list of Receipt Products and Services

  • 11 Movement of Goods by Year       

  • 12 List of Job Progress For the Current Year 

  • 13 Purchasing List by Year   

© 2023 by Vicharn Group.

Proudly created with Wix.com

bottom of page