top of page

การบริหารคนและการครองตน (Leadership & Self-Management)

จิตวิทยาเพื่อการบริหาร  (Managerial Psychology)

99 จิตวิทยาการบริหาร และ การครองชีวิต ( 99 Psychology of Management and Life) 

🧘 หมวดที่ 2: จิตวิทยาเพื่อชีวิตส่วนตัวและการครองตน (Personal Mastery & Inner Peace)

อารมณ์ของหมวดนี้: สำหรับบุคคลทั่วไป และเพื่อพัฒนาศักยภาพภายใน (Inner Growth) ของผู้นำรายบุคคล

  1. 9 เสน่ห์ที่เกิดขึ้นทันที เมื่อคุณรักตัวเองเป็นจริงๆ (p. 1)

  2. จิตวิทยาการนิ่ง แล้วจะได้ในสิ่งที่ต้องการ คนฉลาดต้องนิ่งเป็น (p. 1)

  3. จิตวิทยาหยุดดิ้นรน แล้วสิ่งที่ตามหาจะปรากฏและเข้ามาหาเอง ความนิ่ง (p. 1)

  4. จิตวิทยาการนิ่ง แล้วจะรู้ว่าชีวิตไม่ได้เกรี้ยวกราด... แต่คุณแค่รับเกินไป (p. 1)

  5. จิตวิทยายิ่งนิ่ง ยิ่งเข้าใจชีวิต แล้วจะมีความสุขจนคนต้องอิจฉา พลังความนิ่ง (p. 1)

  6. จิตวิทยาพัฒนาตัวเองแบบเงียบๆ ไม่ต้องโอ้อวดใคร แต่ให้ผลงานส่งเสียงแทน (p. 1)

  7. จิตวิทยากับการรู้จักปรับจิตใจให้สงบนิ่ง นิ่งแล้วจะได้สิ่งที่ต้องการ (p. 1)

  8. จิตวิทยาการอยู่กับตัวเอง การอยู่คนเดียวให้มีความสุข (p. 1)

  9. ยิ่งรักตัวเอง ชีวิตยิ่งมีค่า สร้างความสุขด้วยตัวคุณเอง (p. 2)

  10. จิตวิทยา คนฉลาดชอบอยู่คนเดียว มีความสุข แม้อยู่คนเดียว (p. 2)

  11. อยู่คนเดียวได้อย่างมีความสุข คือสุดยอดพลังของชีวิตยุคนี้ (p. 2)

  12. รักตัวเองก่อน ชีวิตจะปังจนคนอิจฉา จิตวิทยาสร้างความสุข (p. 2)

  13. การปล่อยวาง ปล่อยวาง ความทุกข์ ความกังวล คำสอนพระพุทธเจ้า EP.03 (p. 3)

  14. จิตวิทยาพูดกับตัวเอง ให้ชีวิตดีขึ้น ต้องพูดแบบนี้ (p. 3)

  15. จบที่เรา เบาที่สุด ข้อคิดธรรมะที่จะคอยเตือนสติเรา คำสอนพระพุทธเจ้า EP.04 (p. 3)

  16. วิธีการพึ่งพาตนเอง ในวันที่ไม่มีความช่วยเหลือจากใคร คำสอนพระพุทธเจ้า EP.02 (p. 3)

  17. จิตวิทยาการเงียบที่สยบทุกความวุ่นวายในชีวิต นิ่งเงียบชนะทุกสิ่ง (p. 3)

  18. จิตวิทยา วิธีเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง สร้างพลังภายในใจ (p. 3)

  19. พลังของคำพูด สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล พลังคำพูด เปลี่ยนมุมมอง (p. 3)

  20. จิตวิทยาการนอนหลับ ช่วยพัฒนาชีวิต พลังของความคิด (p. 3)

Dark Psychological Tricks

​1.) 9 เสน่ห์ที่เกิดขึ้นทันที เมื่อคุณรักตัวเองเป็นจริงๆ | THE POWER MIND (9 Charming Things That Instantly Emerge When You Truly Love Yourself) 

ถอดบทความละเอียดทุกคำพูด: 9 เสน่ห์ที่เกิดขึ้นทันที เมื่อคุณรักตัวเองเป็นจริงๆ

บทนำ

  • [00:00:09] เสน่ห์ที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อคุณรักตัวเองเป็นจริง ๆ มีคำถามหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าถามตัวเองตรง ๆ (0:09)

  • [00:00:18] ทำไมบางคนไม่ต้องพยายามอะไรเลย แต่กลับดูมีเสน่ห์จนคนอยากเข้าใกล้ (0:16)

  • [00:00:23] ในขณะที่บางคนพยายามแทบทุกอย่าง ทั้งการพูด การแต่งตัว การเอาใจคนอื่น แต่สุดท้ายกลับถูกมองข้ามอย่างง่ายดาย (0:21)

  • [00:00:32] ความจริงที่หลายคนไม่อยากยอมรับก็คือ เสน่ห์ที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการพยายามทำให้คนอื่นชอบ (0:28)

  • [00:00:39] แต่เกิดจากการที่คุณไม่ต้องพยายามให้ใครชอบเลย และจุดเริ่มต้นของสิ่งนั้นก็คือการรักตัวเองเป็นแบบจริง ๆ (0:40)

  • [00:00:48] ไม่ใช่การหลอกตัวเองว่าโอเคทั้งที่ข้างในว่างเปล่า ไม่ใช่การโพสต์คำคมดูดีแต่ลึก ๆ ยังต้องการการยอมรับจากคน (0:45)

  • [00:00:57] และไม่ใช่การปิดกั้นตัวเองจากโลกเพราะกลัวจะเจ็บ แต่คือการรู้คุณค่าในตัวเองอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ต้องประกาศให้ใครรู้ (0:57)

  • [00:01:06] เมื่อคุณมาถึงจุดนั้น บางอย่างจะเปลี่ยนไปทันที คุณจะพูดน้อยลงแต่คนกลับตั้งใจฟังมากขึ้น (1:03)

  • [00:01:14] คุณจะนิ่งขึ้นแต่กลับดูน่าค้นหามากกว่าเดิม คุณจะไม่วิ่งตามใครแต่คนกลับเป็นฝ่ายเดินเข้าหาคุณเอง (1:09)

  • [00:01:24] และนี่คือ 9 เสน่ห์ที่จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อคุณรักตัวเองเป็นจริงๆ (1:22)

ต้นดอกไม้สีขาว

เสน่ห์ข้อที่ 1: คุณจะไม่ต้องพยายามเอาใจใคร และนั่นทำให้คุณดูมีค่า

  • [00:01:31] เสน่ห์ข้อที่ 1 คุณจะไม่ต้องพยายามเอาใจใคร และนั่นทำให้คุณดูมีค่า (1:28)

  • [00:01:38] ลองนึกภาพคน 2 คน คนแรกพยายามทำทุกอย่างให้คนรอบข้างพอใจ พูดก็ต้องระวังกลัวอีกฝ่ายไม่ชอบ (1:36)

  • [00:01:46] ตัดสินใจก็ต้องดูสีหน้าคนอื่นก่อนเสมอ แม้กระทั่งความคิดของตัวเองยังไม่กล้าพูดออกมาตรง ๆ (1:43)

  • [00:01:54] อีกคนหนึ่งกลับตรงกันข้าม เขาไม่ได้หยาบคาย ไม่ได้เห็นแก่ตัว แต่เขาชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเอง (1:54)

  • [00:02:01] เขาไม่ฝืนยิ้มถ้าไม่ได้รู้สึกดี และไม่พูดในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง คำถามคือคุณรู้สึกว่าใครน่าสนใจมากกว่ากัน (2:00)

  • [00:02:11] คำตอบมักชัดเจนโดยไม่ต้องคิดนาน เพราะมนุษย์มีสัญชาตญาณบางอย่างที่สามารถรับรู้ได้ว่าใครกำลังพยายาม และใครกำลังเป็นตัวของตัวเองจริง ๆ (2:05)

  • [00:02:24] คนที่พยายามเอาใจมักจะส่งพลังบางอย่างออกมาโดยไม่รู้ตัว มันคือพลังของการขอการยอมรับ (2:18)

  • [00:02:33] และยิ่งคุณขอมากเท่าไหร่ คุณค่าของคุณในสายตาคนอื่นกลับยิ่งลดลง เหมือนสินค้าที่ลดราคาบ่อย ๆ สุดท้ายคนจะเริ่มสงสัยว่าของชิ้นนี้มันมีค่าจริงหรือเปล่า (2:33)

  • [00:02:47] ในทางกลับกันคนที่รักตัวเองเป็นจริง ๆ จะไม่ใช้ชีวิตเพื่อเอาใจใคร เขาเลือกคบคนที่เข้ากันได้ ไม่ใช่ฝืนตัวเองเพื่อให้เข้ากับทุกคน (2:47)

  • [00:03:00] กล้าปฏิเสธโดยไม่รู้สึกผิด และกล้าพูดความจริงโดยไม่ต้องแต่งเติม ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันสร้างเสน่ห์เงียบที่ทรงพลังมาก (3:00)

  • [00:03:10] เพราะคนจะเริ่มรู้สึกว่าคุณไม่ใช่คนที่ใครก็เข้าถึงได้ง่าย ๆ และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของคุณค่า (3:07)

  • [00:03:18] ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยคนที่พยายามจะเป็นที่ชื่นชอบ คนที่กล้าไม่พยายามกลับกลายเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดโดยอัตโนมัติ (3:18)

  • [00:03:28] นี่ไม่ใช่การเล่นตัวและไม่ใช่การทำตัวหยิ่ง แต่มันคือการเคารพตัวเอง เพราะเมื่อคุณเคารพตัวเองมากพอ (3:25)

  • [00:03:37] คุณจะไม่ยอมลดมาตรฐานของตัวเองเพื่อแลกกับการยอมรับชั่วคราวจากใคร และสิ่งที่น่าสนใจก็คือยิ่งคุณไม่พยายามเอาใจใคร คนกลับยิ่งอยากเอาใจคุณ (3:38)

  • [00:03:51] นี่แหละคือเสน่ห์ข้อแรกของคนที่รักตัวเองเป็นจริงๆ (3:50)

  • [00:03:56] ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่ามันเริ่มสะกิดอะไรบางอย่างในใจคุณ นั่นแปลว่าคุณกำลังเข้าใจแก่นแท้ของเสน่ห์ที่แท้จริงแล้ว (3:56)

  • [00:04:06] และในข้อต่อไปมันจะลึกขึ้นและทรงพลังขึ้นกว่านี้อีก เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงไม่ใช่แค่สิ่งที่คนอื่นมองเห็น แต่มันคือสิ่งที่คุณรู้สึกกับตัวเองก่อนใครทั้งหมด (4:02)

ช้างพ่นน้ำใส่ชาวบ้าน

เสน่ห์ข้อที่ 2: คุณจะไม่วิ่งตามความรัก แต่กลับกลายเป็นคนที่ถูกรักมากขึ้น

  • [00:04:20] เสน่ห์ข้อที่ 2 คุณจะไม่วิ่งตามความรัก แต่กลับกลายเป็นคนที่ถูกรักมากขึ้น มีความเข้าใจผิดอย่างนึงที่คนจำนวนมากเชื่อมาตลอด (4:20)

  • [00:04:30] ยิ่งเราทุ่มเทมาก ยิ่งเราพยายามมาก ความรักก็จะยิ่งมั่นคงมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามอย่างน่าประหลาด (4:27)

  • [00:04:40] ยิ่งคุณวิ่งตามมากเท่าไหร่ กลับยิ่งถอยห่างมากเท่านั้น ลองนึกภาพง่าย ๆ เหมือนคุณกำลังไล่จับผีเสื้อ (4:40)

  • [00:04:49] ยิ่งคุณวิ่งไล่มันยิ่งบินหนี ยิ่งคุณพยายามคว้ามันยิ่งห่างออกไป แต่เมื่อไหร่ที่คุณหยุดและอยู่กับตัวเองอย่างสงบ (4:46)

  • [00:04:59] ผีเสื้อตัวนั้นอาจจะบินกลับมาเกาะคุณเองโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย ความรักของมนุษย์ก็คล้ายกัน (5:00)

  • [00:05:07] คนที่ยังไม่รักตัวเองมักจะมองความรักเหมือนสิ่งที่ต้องได้มาให้ได้ เขาจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาอีกฝ่ายไว้ ยอมแม้กระทั่งเสียตัวตนของตัวเอง (5:05)

  • [00:05:19] เขาตอบแชททันที ยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่ออีกฝ่าย เขากลัวการถูกทิ้งจนยอมทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนไข (5:16)

  • [00:05:27] แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรักมากขึ้น กลับทำให้เขาดูไม่มีทางเลือก (5:28)

  • [00:05:35] และเมื่อใครสักคนรู้สึกว่าคุณจะอยู่ตรงนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะเริ่มไม่เห็นคุณค่าของคุณโดยไม่รู้ตัว (5:34)

  • [00:05:44] ในทางกลับกันคนที่รักตัวเองเป็นจริง ๆ เขาไม่ได้ปิดใจและไม่ได้เล่นเกมกับความรู้สึกใคร แต่เขาไม่ยึดติด (5:44)

  • [00:05:52] เขาสามารถรักใครสักคนได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกกับความรักนั้น (5:50)

  • [00:05:58] เขาไม่กลัวการเสียใครไปเพราะเขารู้ว่าต่อให้ไม่มีใครเขาก็ยังมีตัวเอง นี่แหละคือพลังที่แท้จริง (5:55)

  • [00:06:07] มันเป็นพลังเงียบ ๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกได้โดยไม่ต้องอธิบาย ไม่กลัวการเสีย จะไม่พยายามควบคุม (6:05)

  • [00:06:14] และคนที่ไม่พยายามควบคุมจะให้อิสระกับอีกฝ่ายโดยธรรมชาติ ซึ่งสิ่งนี้กลับเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่โหยหามากที่สุดในความสัมพันธ์ (6:12)

  • [00:06:23] อิสระโดยไม่ถูกกดดัน ความรักโดยไม่ถูกคาดหวังเกินไป และเมื่อคุณเป็นคนแบบนั้น อีกฝ่ายจะเริ่มรู้สึกว่าการอยู่กับคุณมันสบายอย่างประหลาด (6:25)

  • [00:06:35] ไม่ต้องระแวง ไม่ต้องพิสูจน์อะไรตลอดเวลา และนั่นแหละคือจุดที่ความรู้สึกเริ่มลึกขึ้นโดยไม่รู้ตัว (6:37)

  • [00:06:44] ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์แบบเร่งรีบ เต็มไปด้วยความคาดหวัง และเต็มไปด้วยความกลัวต่อการสูญเสีย (6:44)

  • [00:06:52] คนที่ไม่วิ่งตามกลับเป็นคนที่น่าดึงดูดมากที่สุด เพราะเขาไม่ได้ต้องการความรักแต่เขาเลือกที่จะรัก และความแตกต่างระหว่างต้องการกับเลือก มันเปลี่ยนพลังของคุณไปอย่างสิ้นเชิง (6:49)

  • [00:07:05] จำประโยคนี้ไว้ให้ดี คนที่ต้องการความรักมักจะเป็นฝ่ายวิ่งตาม แต่คนที่เลือกความรักมักจะเป็นฝ่ายถูกวิ่งเข้าหา (7:00)

  • [00:07:14] และนี่แหละคือเสน่ห์ข้อที่ 2 ของคนที่รักตัวเองเป็นจริงๆ (7:12)

  • [00:07:18] ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าคุณไม่จำเป็นต้องวิ่งตามใครอีกต่อไปแล้ว นั่นไม่ใช่เพราะคุณเย็นชา แต่นั่นคือสัญญาณว่าคุณเริ่มเต็มในตัวเองแล้ว (7:18)

  • [00:07:27] และเมื่อคุณเต็มคุณจะไม่ไล่ล่าอะไรอีก แต่คุณจะดึงดูดแทน (7:28)

  • [00:07:31] ในข้อต่อไปเสน่ห์ของคุณจะยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีกระดับนึง เพราะมันเกี่ยวกับพลังบางอย่างที่ทำให้คนรู้สึกเกรงใจคุณโดยที่คุณไม่ต้องพูดอะไรเลย (7:34)

วัดไทยทางภาคเหนือ

ข้อที่ 3: การแกล้งทำเป็นโง่เพื่อล้วงข้อมูลและลดความระแวดระวัง

  • [00:07:17] "ความต้องการพื้นฐานอย่างหนึ่งของมนุษย์เราคือ ความอยากเด่น อยากเป็นคนสำคัญ และอยากให้คนอื่นยอมรับในความฉลาดของตัวเอง" (7:17)

  • [00:07:31] "คนส่วนใหญ่เมื่อมีความรู้อะไรนิดหน่อยก็มักจะรีบแสดงตัว รีบอวดภูมิเพื่อให้ตัวเองดูเหนือกว่าคนอื่น" (7:31)

  • [00:07:42] "แต่ในกลยุทธ์จิตวิทยามืดขั้นสูง คนที่ฉลาดที่สุดในห้องมักจะเลือกทำในสิ่งตรงกันข้าม นั่นคือการลดทอนความฉลาดของตัวเองลง แกล้งทำเป็นไม่รู้ แกล้งทำเป็นตามไม่ทัน เพื่อเปิดทางให้อีกฝ่ายลดการป้องกันตัวและคายความลับออกมาเองโดยง่าย" (7:42)

  • [00:07:59] "หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพในสังคมปัจจุบัน ลองนึกถึงการเจรจาทางธุรกิจหรือการทำงานร่วมกันในออฟฟิศ ยุคนี้เป็นยุคที่ทุกคนอยากโชว์พาวเวอร์ในโซเชียลมีเดียและในที่ทำงาน" (7:59)

  • [00:08:11] "คนทั่วไปเวลาไปคุยงานมักจะพยายามพูดคำศัพท์ยาก ๆ แสดงตัวว่ารู้ทุกเรื่อง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ ฝั่งตรงข้ามจะเริ่มระวังตัว ปิดบังข้อมูล และตั้งกำแพงสูงลิ่วเพราะกลัวเสียเปรียบ" (8:11)

  • [00:08:30] "แต่คนฉลาดที่ใช้กลยุทธ์นี้ เวลาเขาลงสนามเขาจะทำตัวเหมือนน้ำไม่เต็มแก้ว แกล้งถามคำถามง่าย ๆ เหมือนคนซื่อ ๆ เช่น พี่ครับตรงนี้ผมไม่ค่อยเข้าใจเลย มันทำงานยังไงเหรอครับ หรือเรื่องนี้ผมเพิ่งเคยได้ยินเลย พี่ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ" (8:30)

  • [00:08:48] "เมื่อฝั่งตรงข้ามเห็นท่าทางแบบนั้น อัตตาหรืออีโก้ในใจจะเริ่มขยายใหญ่ขึ้น พวกเขาจะรู้สึกเหนือกว่าและเริ่มลำพองใจ และเมื่อคนเราเกิดความลำพองใจ กำแพงความระมัดระวังจะพังทลายลงทันที" (8:48)

  • [00:08:59] "พวกเขาจะเริ่มพูดจาโอ้อวด ขุดลึกรื้อข้อมูลละเอียดถึงขั้นคายความลับในมุ้ง หรือกลยุทธ์ภายในที่คุณเก็บไว้ เพียงเพราะอยากสะใจที่ได้ทำตัวเป็นอาจารย์สอนคนอื่น" (8:59)

  • [00:09:12] "สุดท้ายแล้วคนที่แกล้งโง่ก็ได้ข้อมูลทุกอย่างที่ต้องการไปอย่างครบถ้วน โดยที่อีกฝ่ายยังคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะอยู่เลยด้วยซ้ำ" (9:12)

  • [00:09:23] "วิธีนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน: อย่างแรกคือ ในการเจรจาต่อรองหรือสืบหาข้อมูล อย่าเพิ่งรีบเปิดไพ่ในมือว่าคุณรู้อะไรมาบ้าง ให้แกล้งทำเป็นรู้ไม่หมด แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายอธิบายไปเรื่อย ๆ คุณจะพบจุดโกหกหรือจุดบกพร่องในคำพูดของเขาได้ง่ายขึ้นมาก" (9:23)

  • [00:09:45] "อย่างที่ 2 คือ ในสภาพแวดล้อมการทำงานใหม่ ๆ การทำตัวเป็นคนเงียบเงียบซื่อ ๆ ในช่วงแรกจะช่วยลดศัตรูได้อย่างมหาศาล เพราะจะไม่มีใครมองว่าคุณเป็นภัยคุกคามที่ต้องกำจัด พวกเขาจะยอมปล่อยให้คุณเข้าถึงข้อมูลสำคัญและเรียนรู้ระบบงานได้ราบรื่น" (9:45)

  • [00:10:01] "และอย่างที่ 3 คือ เมื่อมีคนมาโม้หรือพยายามกดคุณด้วยความรู้ของเขา แทนที่จะเถียงกลับหรือระเบิดอารมณ์ ให้คุณพยักหน้ารับ แกล้งทำท่าตื่นเต้นกับสิ่งที่เขาพูดแล้วปล่อยให้เขาพูดจนหมดเปลือก" (10:01)

  • [00:10:13] "ยิ่งเขาพูดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเผยจุดอ่อนและความโง่เขลาที่แท้จริงออกมามากเท่านั้น" (10:13)

  • [00:10:19] "จำไว้ว่า เสือที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่เสือที่แยกเขี้ยวขู่คำรามอยู่ตลอดเวลา แต่คือเสือที่หมอบนิ่งและทำตัวกลมกลืนกับพุ่มไม้ รอเวลาที่เหยื่อเดินเข้ามาตายใจเอง" (10:19)

พานพุ่มดอกไม้สด

เสน่ห์ข้อที่ 4: คุณจะมีพลังของความนิ่ง ที่ทำให้คนหยุดฟังคุณโดยอัตโนมัติ

  • [00:11:53] เสน่ห์ข้อที่ 4 คุณจะมีพลังของความนิ่ง ที่ทำให้คนหยุดฟังคุณโดยอัตโนมัติ (11:50)

  • [00:12:01] ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงดัง ความรีบ และความพยายามที่จะถูกมองเห็น คนส่วนใหญ่กำลังแข่งกันพูด แข่งกันอธิบาย และแข่งกันแสดงตัวตน (11:59)

  • [00:12:12] แต่สิ่งที่น่าสนใจคือคนที่ทรงพลังที่สุดกลับไม่ใช่คนที่พูดมากที่สุด กลับเป็นคนที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรพูด และเมื่อไหร่ควรนิ่ง (12:13)

  • [00:12:23] คนที่ยังไม่รักตัวเองมักจะรู้สึกว่าต้องอธิบายตัวเองตลอดเวลา เขากลัวคนอื่นเข้าใจผิด กลัวถูกมองไม่ดี และกลัวการถูกมองข้าม (12:20)

  • [00:12:35] เขาจึงพยายามเติมคำ พยายามอธิบาย และพยายามทำให้ตัวเองดูมีค่าผ่านการพูดที่มากขึ้นเรื่อย ๆ (12:32)

  • [00:12:44] แต่ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ น้ำหนักของคำพูดกลับยิ่งเบาลง เหมือนเสียงที่ดังเกินไปจนไม่มีใครอยากฟัง (12:47)

  • [00:12:51] ในทางกลับกันคนที่รักตัวเองเป็นจริง ๆ จะมีบางอย่างที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน เขาไม่รีบตอบ เขาไม่รีบแทรก และเขาไม่รู้สึกจำเป็นต้องพูดทุกครั้งที่มีช่องว่างของความเงียบ (12:53)

  • [00:13:08] เขาเลือกใช้คำพูดอย่างตั้งใจ และปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน ความเงียบของเขาไม่ใช่ความอึดอัด แต่มันคือความมั่นคง (13:06)

  • [00:13:19] มันส่งสัญญาณบางอย่างออกไปว่าเขาไม่ได้ต้องการพิสูจน์ตัวเองให้ใครเห็น และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้คนเริ่มหันมาสนใจ (13:19)

  • [00:13:29] ลองสังเกตดูในชีวิตจริง ในห้องประชุมคนที่พูดตลอดเวลาอาจไม่ได้เป็นคนที่ทุกคนฟังมากที่สุด (13:30)

  • [00:13:39] แต่คนที่พูดน้อยและพูดในจังหวะที่ใช่ มักจะเป็นคนที่ทุกคนหยุดและตั้งใจฟังโดยอัตโนมัติ (13:39)

  • [00:13:46] หรือในวงสนทนาคนที่ไม่พยายามแย่งพูด แต่ฟังอย่างตั้งใจและพูดเฉพาะสิ่งที่มีน้ำหนัก กลับกลายเป็นคนที่ดูมีเสน่ห์มากกว่าอย่างชัดเจน (13:44)

  • [00:13:56] เพราะความนิ่งของเขาไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไร แต่มันแปลว่าเขาเลือกที่จะไม่ใช้พลังไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น และเมื่อเขาพูดออกมาทุกคำจึงมีค่า (13:56)

  • [00:14:08] ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการแย่งความสนใจ คนที่สามารถอยู่กับความเงียบได้อย่างสบายใจ จะกลายเป็นคนที่โดดเด่นขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องพยายามเลย (14:06)

  • [00:14:21] สิ่งนี้ไม่ใช่เทคนิคการสื่อสาร แต่มันคือผลลัพธ์ของการรักตัวเอง เพราะเมื่อคุณมั่นคงในตัวเองมากพอ (14:21)

  • [00:14:29] คุณจะไม่รู้สึกว่าต้องเติมเต็มความเงียบด้วยคำพูด คุณจะไม่กลัวช่วงเวลาที่ไม่มีใครสนใจ และคุณจะไม่รีบทำให้ตัวเองถูกมองเห็น (14:27)

  • [00:14:40] แต่คุณจะปล่อยให้ตัวตนของคุณค่อย ๆ ปรากฏออกมาผ่านความเงียบ ผ่านสายตา และผ่านจังหวะที่เหมาะสม (14:37)

  • [00:14:46] และสิ่งที่เกิดขึ้นคือคนจะเริ่มให้ความสำคัญกับคุณมากขึ้น ไม่ใช่เพราะคุณพยายามเรียกร้องแต่เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเรียกร้อง (14:49)

  • [00:14:55] จำประโยคนี้ไว้ให้ดี คนที่ต้องการความสนใจมักจะพยายามทำให้ตัวเองดัง แต่คนที่มีคุณค่าแค่นิ่งก็ทำให้คนหันมามองได้แล้ว (14:55)

  • [00:15:07] และนี่แหละคือเสน่ห์ข้อที่ 4 ของคนที่รักตัวเองเป็นจริงๆ (15:07)

  • [00:15:13] เมื่อคุณเริ่มนิ่งได้จริง คุณไม่ได้แค่ควบคุมคำพูด แต่คุณจะเริ่มควบคุมพลังของตัวเองได้ทั้งหมด (15:13)

สาวน้อยนั่งบนกองข้าวโพดมากมาย

เสน่ห์ข้อที่ 5: คุณจะเลิกพยายามเป็นในแบบที่คนอื่นต้องการ และกลายเป็นตัวเองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

  • [00:15:21] เสน่ห์ข้อที่ 5 คุณจะเลิกพยายามเป็นในแบบที่คนอื่นต้องการ และกลายเป็นตัวเองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น (15:18)

  • [00:15:30] มีหลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น พูดในสิ่งที่คิดว่าคนจะชอบ ทำในสิ่งที่คิดว่าคนจะยอมรับ และซ่อนบางส่วนของตัวเองไว้เพราะกลัวว่าจะไม่เป็นที่รัก (15:24)

  • [00:15:45] ภายนอกอาจดูเหมือนเข้ากับคนได้ง่าย แต่ภายในกลับรู้สึกเหนื่อยโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน เพราะทุกครั้งที่คุณต้องฝืนเป็นบางอย่าง คุณกำลังค่อย ๆ ทิ้งความเป็นตัวเองไปทีละนิด (15:43)

  • [00:15:56] และสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นก็คือยิ่งคุณพยายามเป็นในแบบที่คนอื่นต้องการมากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งดูไม่ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น (15:54)

  • [00:16:05] เหมือนภาพที่ถูกปรับแต่งจนเสียรายละเอียด สุดท้ายมันอาจดูดีในสายตาบางคน แต่กลับไม่มีเอกลักษณ์ที่แท้จริงเหลืออยู่เลย (16:05)

  • [00:16:17] ในทางกลับกันคนที่รักตัวเองเป็นจริง ๆ จะเริ่มเข้าใจบางอย่างลึกซึ้ง เขาไม่จำเป็นต้องถูกใจทุกคน และเขา ก็ไม่พยายามจะเป็นแบบนั้นอีกต่อไป (16:17)

  • [00:16:29] เขาเลือกที่จะเป็นตัวเองในแบบที่แท้จริง ทั้งในมุมที่ดีและมุมที่ยังต้องพัฒนา เขาพูดในสิ่งที่คิดอย่างมีสติ (16:30)

  • [00:16:38] เขาแสดงออกในแบบที่เป็นธรรมชาติ และเขาไม่รู้สึกผิดที่ตัวเองไม่เหมือนใคร สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เขามีคนรักมากขึ้นทันที (16:35)

  • [00:16:49] แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือคนที่เข้ามาจะเป็นคนที่เข้าใจเขาจริง ๆ มากขึ้น ลองสังเกตดูในชีวิตจริง (16:47)

  • [00:16:56] บางคนเข้ากับทุกคนได้แต่ไม่มีใครรู้จักตัวตนเขาจริงๆ ในขณะที่บางคนอาจไม่ได้เข้ากับทุกคน แต่คนที่อยู่ข้างเขากลับผูกพันอย่างลึกซึ้งและจริงใจ (16:53)

  • [00:17:11] นี่คือความต่างระหว่างการเป็นที่ยอมรับกับการเป็นตัวของตัวเอง การเป็นที่ยอมรับอาจทำให้คุณมีคนรอบตัวเยอะ (17:11)

  • [00:17:17] แต่การเป็นตัวของตัวเองจะทำให้คุณมีคนที่ใช่อยู่รอบตัว และสิ่งที่น่าสนใจคือเมื่อคุณหยุดพยายามเป็นในแบบที่คนอื่นต้องการ คุณจะเริ่มมีเสน่ห์บางอย่างที่ชัดขึ้นทันที (17:17)

  • [00:17:31] มันคือเสน่ห์ของความจริง คนจะรู้สึกได้ว่าคุณไม่ได้แสดง ไม่ได้สร้างภาพ และไม่ได้พยายามทำให้ตัวเองดูดีกว่าที่เป็น (17:29)

  • [00:17:41] ซึ่งในยุคที่ทุกคนพยายามสร้างภาพลักษณ์ ความจริงใจแบบนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก และเมื่อมันหายากมันจึงมีค่า (17:41)

  • [00:17:53] คุณไม่ต้องพูดว่าคุณเป็นคนยังไง เพราะการกระทำของคุณจะบอกเอง คุณไม่ต้องพยายามทำให้ใครชอบ เพราะคนที่ใช่จะเลือกคุณจากสิ่งที่คุณเป็น (17:53)

  • [00:18:06] จำประโยคนี้ไว้ให้ดี ถ้าคุณต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ใครรัก สุดท้ายคนที่เขารักจะไม่ใช่ตัวจริงของคุณ (18:06)

  • [00:18:14] แต่ถ้าคุณกล้าที่จะเป็นตัวเอง คุณอาจไม่ได้คนทั้งโลก แต่คุณจะได้คนที่เห็นคุณจริงๆ และนั่นแหละคือสิ่งที่มีค่ามากกว่า (18:14)

  • [00:18:24] เสน่ห์ของคนที่รักตัวเองเป็นไม่ใช่การทำให้ทุกคนพอใจ แต่คือการชัดเจนจนคนที่ใช่ไม่ต้องลังเลที่จะเลือกคุณ (18:24)

  • [00:18:34] และนี่แหละคือเสน่ห์ข้อที่ 5 ของคนที่รักตัวเองเป็นจริงๆ (18:37)

  • [00:18:40] เมื่อคุณเริ่มเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ คุณจะไม่ต้องเหนื่อยกับการรักษาภาพลักษณ์อีกต่อไป และพลังของคุณจะเริ่มถูกใช้ไปกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ (18:43)

ข้าวผัดสับปะรด

เสน่ห์ข้อที่ 6: คุณจะไม่เอาคุณค่าของตัวเองไปผูกกับสายตาของใคร และนั่นทำให้คุณดูมั่นคงอย่างน่าค้นหา

  • [00:18:52] เสน่ห์ข้อที่ 6 คุณจะไม่เอาคุณค่าของตัวเองไปผูกกับสายตาของใคร และนั่นทำให้คุณดูมั่นคงอย่างน่าค้นหา (18:55)

  • [00:19:01] มีหลายคนใช้ชีวิตเหมือนกำลังยืนอยู่หน้ากระจกที่คนอื่นถือให้ เขามองตัวเองผ่านคำชม คำวิจารณ์ และท่าทีของคนรอบข้าง (19:01)

  • [00:19:15] ถ้าวันนี้มีคนชื่นชมเขาจะรู้สึกดี มีพลัง และมั่นใจ แต่ถ้าวันไหนไม่มีใครสนใจหรือพูดลบ ๆ ความรู้สึกของเขาจะตกลงทันทีอย่างควบคุมไม่ได้ (19:15)

  • [00:19:28] ชีวิตแบบนี้ดูเหมือนปกติในสังคมปัจจุบัน แต่ความจริงแล้วมันคือการเอาอำนาจของตัวเองไปฝากไว้ในมือของคนอื่นโดยไม่รู้ตัว (19:28)

  • [00:19:38] เพราะทุกครั้งที่คุณต้องรอให้ใครมายืนยันคุณค่า แปลว่าคุณยังไม่ได้เป็นคนกำหนดคุณค่าของตัวเอง (19:35)

  • [00:19:47] และเมื่อคุณไม่ใช่คนกำหนด คุณก็ต้องใช้ชีวิตตามมาตรฐานของคนอื่นไปเรื่อย ๆ คนที่ยังไม่รักตัวเองมักจะไล่ตามการยอมรับแบบไม่รู้จบ (19:41)

  • [00:19:59] เขาอาจพยายามดูดีขึ้นเพื่อให้คนชม พยายามเก่งขึ้นเพื่อให้คนยอมรับ หรือพยายามเงียบลงเพื่อไม่ให้ใครไม่พอใจ (19:59)

  • [00:20:07] แต่ลึก ๆ แล้วเขาไม่ได้ทำเพื่อพัฒนาตัวเองจริงๆ เขากำลังทำเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกด้อยค่า ซึ่งมันเป็นวงจรที่ไม่มีวันสิ้นสุด (20:04)

  • [00:20:18] ในทางกลับกันคนที่รักตัวเองเป็นจริง ๆ จะค่อย ๆ เปลี่ยนจุดยืนของตัวเอง เขาไม่ได้ปิดรับความคิดเห็น และไม่ได้คิดว่าตัวเองถูกเสมอ (20:18)

  • [00:20:29] แต่เขาไม่ปล่อยให้ความคิดเห็นของใครมาตัดสินคุณค่าของเขา เขารู้ว่าอะไรคือจุดแข็งของตัวเอง และก็ยอมรับในจุดที่ยังต้องพัฒนาโดยไม่หลอกตัวเอง (20:29)

  • [00:20:41] เขาฟังคำวิจารณ์ด้วยสติ เลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ และปล่อยสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งไป สิ่งนี้ทำให้เขาดูนิ่ง ไม่ใช่เพราะเขาไม่รู้สึกอะไร แต่เพราะเขาไม่หวั่นไหวกับทุกสิ่งที่เข้ามาเหมือนเดิมอีกแล้ว (20:41)

  • [00:20:59] ลองสังเกตดูให้ดี คนที่ต้องการการยอมรับตลอดเวลามักจะเปลี่ยนตัวเองไปเรื่อย ๆ ตามสภาพแวดล้อม (20:54)

  • [00:21:05] อยู่กับกลุ่มหนึ่งก็เป็นแบบหนึ่ง อยู่กับอีกกลุ่มหนึ่งก็เป็นอีกแบบหนึ่ง จนสุดท้ายแม้แต่ตัวเขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าตัวจริงของตัวเองคืออะไร (21:05)

  • [00:21:16] แต่คนที่มั่นคงในคุณค่าของตัวเองจะมีความสม่ำเสมอบางอย่างที่คนสัมผัสได้ เขาอาจปรับตัวได้แต่เขาไม่เปลี่ยนแก่นของตัวเอง (21:16)

  • [00:21:26] และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาดูน่าเชื่อถือและน่าคบในระยะยาว ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว คนที่มีจุดยืนชัดเจนจะกลายเป็นคนที่มีน้ำหนักโดยอัตโนมัติ (21:28)

  • [00:21:39] คุณไม่ต้องประกาศว่าคุณมีค่า ไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองทุกครั้งที่มีโอกาส แค่คุณใช้ชีวิตในแบบที่คุณเคารพตัวเองจริง ๆ คนจะเริ่มรู้สึกได้ว่าคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูดของใคร (21:40)

  • [00:21:52] และเมื่อคุณไม่ถูกควบคุมด้วยสายตาของคนอื่น คุณจะเริ่มใช้ชีวิตในแบบที่เป็นอิสระมากขึ้น อิสระจากการต้องดูดีตลอดเวลา อิสระจากการต้องทำให้ทุกคนพอใจ และอิสระจากความกลัวว่าจะถูกมองไม่ดี (21:52)

  • [00:22:09] ซึ่งอิสระแบบนี้คือเสน่ห์ที่ทรงพลังอย่างมากในยุคนี้ เพราะคนส่วนใหญ่ยังติดอยู่กับการถูกมอง แต่คุณกลับเป็นคนที่มองตัวเองได้อย่างชัดเจน (22:09)

  • [00:22:22] จำประโยคนี้ไว้ให้ดี ถ้าคุณให้คนอื่นเป็นคนตัดสินคุณค่า คุณจะไม่มีวันรู้สึกพอ แต่ถ้าคุณเป็นคนกำหนดมันเอง คุณจะไม่ต้องไล่ตามอะไรอีก และนั่นแหละคือจุดที่คุณเริ่มนิ่งจากข้างในจริงๆ (22:22)

  • [00:22:39] เสน่ห์ของคุณจะไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ภายนอก แต่มันจะกลายเป็นพลังที่คนรู้สึกได้แม้คุณจะไม่ได้พูดอะไรเลยก็ตาม (22:33)

  • [00:22:44] นี่แหละคือเสน่ห์ข้อที่ 6 ของคนที่รักตัวเองเป็นจริงๆ (22:44)

พ่นยาทุ่งข้าวสาลี

เสน่ห์ข้อที่ 7: คุณจะกล้าตัดสินใจเพื่อตัวเอง และเลิกใช้ชีวิตแบบรอให้คนอื่นอนุญาต

  • [00:22:50] เสน่ห์ข้อที่ 7 คุณจะกล้าตัดสินใจเพื่อตัวเอง และเลิกใช้ชีวิตแบบรอให้คนอื่นอนุญาต มีคนจำนวนมากที่ใช้ชีวิตเหมือนกำลังขออนุญาตอยู่ตลอดเวลา (22:50)

  • [00:23:04] ขออนุญาตที่จะเริ่ม ขออนุญาตที่จะเปลี่ยน และขออนุญาตที่จะเป็นในแบบที่ตัวเองต้องการ (23:04)

  • [00:23:11] เขารอความพร้อม รอจังหวะที่เหมาะสม และที่สำคัญเขารอให้คนอื่นเห็นด้วยก่อนเสมอ ภายนอกมันดูเหมือนความรอบคอบ แต่ลึก ๆ แล้วมันคือความไม่มั่นใจในตัวเอง (23:11)

  • [00:23:25] เพราะทุกครั้งที่คุณไม่กล้าตัดสินใจ คุณกำลังบอกตัวเองโดยไม่รู้ตัวว่าคุณยังไม่เชื่อในตัวเองมากพอ (23:25)

  • [00:23:36] คนที่ยังไม่รักตัวเองมักจะติดอยู่ในวงจรของการลังเล เขาคิดเยอะกว่าที่จำเป็น เขากลัวผลลัพธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น และให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของคนอื่นมากกว่าความต้องการของตัวเอง (23:31)

  • [00:23:53] สุดท้ายเขาจึงพลาดโอกาสหลายอย่างในชีวิต ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่งพอ แต่เพราะเขาไม่กล้าพอ (23:49)

  • [00:23:59] ในทางกลับกันคนที่รักตัวเองเป็นจริง ๆ จะมีความชัดเจนบางอย่างที่ต่างออกไป เขาไม่ได้ตัดสินใจแบบหุนหัน และไม่ได้ทำทุกอย่างตามอารมณ์ แต่เขาเชื่อในการตัดสินใจของตัวเอง (23:56)

  • [00:24:11] เขายอมรับได้ว่าทุกการเลือกมีความเสี่ยง และไม่มีทางเลือกไหนที่สมบูรณ์แบบ แต่เขาไม่ปล่อยให้ความกลัวหยุดเขาจากการเดินไปข้างหน้า (24:14)

  • [00:24:23] สิ่งนี้ทำให้เขาดูแตกต่างอย่างชัดเจน เขาไม่ต้องรอให้ทุกอย่างพร้อมเขาเริ่มจากสิ่งที่มี เขาไม่ต้องให้ใครเห็นด้วยทั้งหมดเขาเคารพเสียงของตัวเอง (24:20)

  • [00:24:34] และเขาไม่โทษคนอื่นเมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่หวัง เขารับผิดชอบและเรียนรู้จากมัน (24:31)

  • [00:24:42] ลองสังเกตดูในโลกความเป็นจริง คนที่ดูมีเสน่ห์และน่าดึงดูดมักไม่ใช่คนที่ไม่เคยพลาด แต่เป็นคนที่กล้าตัดสินใจและยืนอยู่กับผลของมัน (24:42)

  • [00:24:55] ความกล้าแบบนี้ไม่ได้แสดงออกด้วยคำพูด แต่มันแสดงออกผ่านท่า ผ่านสายตา และผ่านพลังบางอย่างที่คนสัมผัสได้ มันคือพลังของคนที่ไม่ต้องพึ่งการอนุมัติจากใครเพื่อใช้ชีวิตของตัวเอง (24:55)

  • [00:25:08] ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยตัวเลือกมากมาย เต็มไปด้วยเสียงรบกวน และเต็มไปด้วยความคิดเห็นที่หลากหลาย คนที่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองจะกลายเป็นคนที่โดดเด่นขึ้นมาทันที (25:08)

  • [00:25:19] เพราะเขาไม่หลงทางในเสียงของคนอื่น และไม่หยุดอยู่กับที่เพราะความลังเล เขาอาจจะไม่เร็วที่สุดแต่เขาเดินต่อเนื่อง และความต่อเนื่องนั้นสร้างความมั่นใจที่แท้จริงขึ้นมา (25:19)

  • [00:25:36] จำประโยคนี้ไว้ให้ดี ชีวิตที่คุณต้องรอให้คนอื่นอนุญาตจะไม่มีวันเป็นชีวิตที่คุณพอใจจริง ๆ แต่ชีวิตที่คุณกล้าตัดสินใจเองแม้จะผิดพลาดบ้าง ก็ยังเป็นชีวิตที่คุณรู้สึกเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง (25:36)

  • [00:25:51] และเมื่อคุณเริ่มใช้ชีวิตแบบนั้น เสน่ห์ของคุณจะไม่ใช่แค่เรื่องภายนอก แต่มันจะกลายเป็นพลังของความเป็นผู้นำในตัวเอง (25:53)

  • [00:26:00] คนจะเริ่มมองคุณเป็นคนที่มีทิศทาง และคนที่มีทิศทางมักจะดึงดูดคนที่ยังสับสนให้เข้ามาโดยไม่รู้ตัว (26:47)

  • [00:26:07] นี่แหละคือเสน่ห์ข้อที่ 7 ของคนที่รักตัวเองเป็นจริงๆ (26:10)

  • [00:26:13] และในข้อต่อไปเสน่ห์ของคุณจะเริ่มนิ่งลึกขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เพราะมันเกี่ยวกับสิ่งที่หลายคนทำไม่ได้ นั่นคือการอยู่คนเดียวได้อย่างมีความสุขโดยไม่รู้สึกขาดอะไรเลย (26:10)

ภาพทิวทัศน์หมู่เกาะ

เสน่ห์ข้อที่ 8: คุณจะอยู่คนเดียวได้อย่างมีความสุข และนั่นทำให้คุณไม่ยึดติดกับใคร

  • [00:26:27] เสน่ห์ข้อที่ 8 คุณจะอยู่คนเดียวได้อย่างมีความสุข และนั่นทำให้คุณไม่ยึดติดกับใคร มีความเงียบอยู่ 2 แบบที่คนส่วนใหญ่มักสับสน (26:28)

  • [00:26:39] แบบแรกคือความเงียบที่เต็มไปด้วยความเหงา มันคือการอยู่คนเดียวแต่ใจกลับวุ่นวายคิดถึงคนอื่นตลอดเวลา ต้องการใครสักคนมาเติมเต็มและรู้สึกว่าชีวิตขาดอะไรบางอย่างอยู่เสมอ (26:40)

  • [00:26:54] อีกแบบหนึ่งคือความเงียบที่เต็มไปด้วยความสบายใจ มันคือการอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องหนี ไม่ต้องหาอะไรมาเบี่ยงเบนความรู้สึก และไม่ต้องพยายามเติมเต็มช่องว่างด้วยใคร (26:54)

  • [00:27:07] คนที่ยังไม่รักตัวเองเป็นมักจะหนีความเงียบแบบแรก เขาต้องมีอะไรทำตลอดเวลา ต้องมีคนคุย ต้องมีคนอยู่ด้วย เพราะลึก ๆ แล้วเขาไม่อยากอยู่กับความคิดของตัวเอง (27:07)

  • [00:27:19] เขากลัวความว่าง กลัวความเงียบ และกลัวตัวการต้องเผชิญหน้ากับตัวตนที่แท้จริง (27:20)

  • [00:27:26] แต่คนที่รักตัวเองเป็นจริง ๆ จะค่อย ๆ เปลี่ยนความสัมพันธ์กับความเงียบไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้ต่อต้านการอยู่คนเดียวแต่เขาเริ่มสบายกับมัน (27:32)

  • [00:27:36] เขาสามารถใช้เวลาอยู่กับตัวเองโดยไม่รู้สึกว่าต้องหาคนมาเติมเต็ม เขารู้ว่าเมื่อไหร่ควรเข้าสังคม และเมื่อไหร่ควรถอยกลับมาอยู่กับตัวเอง เขาไม่ได้ปิดตัวแต่เขาไม่พึ่งพา (27:38)

  • [00:27:54] และนี่คือจุดที่เสน่ห์ของเขาเริ่มชัดเจนขึ้นอย่างมาก เพราะคนที่อยู่คนเดียวได้อย่างมีความสุขจะไม่รีบร้อนในการเลือกใครเข้ามาในชีวิต (27:57)

  • [00:28:04] เขาไม่ต้องรีบตอบแชทเพราะกลัวเสียใคร ไม่ต้องยึดติดกับความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน และไม่ต้องทนอยู่กับคนที่ทำให้ตัวเองเหนื่อย เขาเลือกแทนที่จะยอม และการเลือกของเขามาจากความเต็มไม่ใช่ความขาด (28:09)

  • [00:28:19] ลองสังเกตดูให้ดี คนที่กลัวการอยู่คนเดียวมักจะยอมอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ดี เพียงเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องอยู่ลำพัง (28:20)

  • [00:28:29] แต่คนที่อยู่คนเดียวได้จะไม่ยอมลดมาตรฐานของตัวเองเพื่อแลกกับการมีใครสักคน สิ่งนี้ทำให้เขาดูมีคุณค่าขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะเขาพยายามแสดงออกแต่เพราะเขาไม่จำเป็นต้องเกาะใคร (28:32)

  • [00:28:44] ในโลกปัจจุบันที่คนจำนวนมากรู้สึกเหงาแม้จะมีคนรอบตัว คนที่สามารถอยู่กับตัวเองได้อย่างสงบจะกลายเป็นคนที่น่าค้นหาอย่างมาก (28:44)

  • [00:28:56] เพราะความนิ่งของเขาไม่ได้มาจากการปิดใจ แต่มาจากการที่เขาเต็มแล้ว และเมื่อคุณเต็มคุณจะไม่ยึดติด ไม่คาดหวังเกินไป และไม่พยายามควบคุมใคร (28:57)

  • [00:29:10] ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของคุณเบาแต่ลึกมากขึ้น คนจะรู้สึกว่าการอยู่กับคุณไม่อึดอัด ไม่ต้องพยายามมาก และไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้คุณไม่พอใจตลอดเวลา (29:10)

  • [00:29:24] นี่คือเสน่ห์ที่หาได้ยากมาก เสน่ห์ของคนที่ไม่ต้องการใครมาเติมเต็มแต่ยังสามารถรักใครสักคนได้อย่างจริงใจ (29:24)

  • [00:29:34] จำประโยคนี้ไว้ให้ดี ถ้าคุณยังอยู่คนเดียวไม่ได้ คุณไม่มีวันเลือกใครได้อย่างแท้จริง แต่เมื่อคุณอยู่คนเดียวได้อย่างมีความสุข ทุกความสัมพันธ์ในชีวิตจะกลายเป็นทางเลือกไม่ใช่ความจำเป็น (29:35)

  • [00:29:49] และนั่นแหละคือจุดที่คุณเริ่มควบคุมชีวิตตัวเองได้อย่างแท้จริง นี่คือเสน่ห์ข้อที่ 8 ของคนที่รักตัวเองเป็นจริงๆ (29:47)

  • [00:29:56] และในข้อต่อไปจะเป็นเสน่ห์ข้อสุดท้าย ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่รวมทุกข้อที่ผ่านมาไว้ทั้งหมด และเป็นสิ่งที่ทำให้คุณแตกต่างจากคนส่วนใหญ่โดยสิ้นเชิง (29:59)

ชาวนาทำงานอยู่ในนาข้าว

เสน่ห์ข้อที่ 9: คุณจะมีพลังของความเป็นตัวเองที่ชัดเจน และนั่นทำให้คุณกลายเป็นคนที่แทนที่ไม่ได้

  • [00:30:11] เสน่ห์ข้อที่ 9 คุณจะมีพลังของความเป็นตัวเองที่ชัดเจน และนั่นทำให้คุณกลายเป็นคนที่แทนที่ไม่ได้ (30:11)

  • [00:30:18] เมื่อคุณเดินทางมาถึงจุดนี้ หลายอย่างในชีวิตจะเริ่มเปลี่ยนไปโดยที่คุณไม่ต้องพยายามฝืน คุณไม่ได้พยายามนิ่งแต่คุณนิ่งได้จริง (30:18)

  • [00:30:29] คุณไม่ได้พยายามมีขอบเขตแต่คุณรู้ว่าอะไรควรยอมรับและอะไรไม่ควรปล่อยผ่าน คุณไม่ได้พยายามดูมีคุณค่าแต่คุณใช้ชีวิตในแบบที่สะท้อนคุณค่าของตัวเองออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ (30:30)

  • [00:30:43] และทั้งหมดนี้ค่อย ๆ รวมกันเป็นสิ่งหนึ่งที่ทรงพลังมาก นั่นคือความเป็นตัวเองที่ชัดเจน (30:43)

  • [00:30:49] คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ใช้เวลามากมายไปกับการพยายามเป็นให้เหมือนใคร พยายามพูดให้เหมือนคนที่ประสบความสำเร็จ พยายามใช้ชีวิตตามภาพที่สังคมบอกว่าดี (30:49)

  • [00:31:03] และพยายามปรับตัวจนแทบไม่เหลือความเป็นตัวเอง สุดท้ายเขาอาจดูดีในสายตาคนอื่น แต่กลับรู้สึกว่างเปล่าในใจตัวเองเพราะเขากำลังใช้ชีวิตในแบบที่ไม่ใช่ของเขาจริง ๆ (31:03)

  • [00:31:20] แต่คนที่รักตัวเองเป็นจริง ๆ จะไม่เดินเส้นทางนั้นอีกต่อไป เขาอาจเรียนรู้จากคนอื่น อาจพัฒนา และอาจปรับปรุงตัวเอง แต่เขาจะไม่สูญเสียแก่นของตัวเองระหว่างทาง (31:21)

  • [00:31:32] เขารู้ว่าตัวเองเป็นใคร ต้องการอะไร และไม่ต้องการอะไร ซึ่งความชัดเจนแบบนี้ทำให้เขาแตกต่างออกมาจากคนส่วนใหญ่โดยทันที (31:33)

  • [00:31:43] ลองนึกภาพง่าย ๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงที่คล้ายกัน คนที่มีเสียงของตัวเองชัดเจนจะเป็นคนที่ถูกจดจำมากที่สุด ไม่ใช่เพราะเขาดังกว่าแต่เพราะเขาจริงกว่า (31:40)

  • [00:31:56] และเมื่อคุณจริงกับตัวเองมากพอ คุณจะไม่ต้องแข่งขันกับใครเลย เพราะคุณไม่ได้พยายามจะดีกว่าใคร คุณแค่เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวเองในแต่ละวัน (31:57)

  • [00:32:07] สิ่งนี้ทำให้คุณกลายเป็นคนที่แทนที่ไม่ได้ เพราะไม่มีใครในโลกที่จะเป็นคุณได้เหมือนคุณ (32:09)

  • [00:32:13] และเมื่อคนรู้สึกถึงจุดนี้ เขาไม่ได้แคี่ชอบคุณ แต่เขาจะเคารพคุณในแบบที่ลึกขึ้น ไม่ใช่เพราะคุณพยายามทำให้เขาประทับใจ แต่เพราะคุณไม่เคยพยายามเป็นอะไรที่ไม่ใช่ตัวเอง (32:14)

  • [00:32:31] ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การเปรียบเทียบ และความพยายามที่จะโดดเด่น คนที่หยุดแข่งขันและหันกลับมาเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง จะกลายเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดโดยไม่ต้องพยายาม (32:32)

  • [00:32:44] นี่คือพลังของการรักตัวเอง มันไม่ใช่แค่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น แต่มันเปลี่ยนพลังทั้งหมดที่คุณส่งออกไปสู่โลกภายนอก ตั้งแต่สายตา น้ำเสียง ไปจนถึงการตัดสินใจในชีวิตทั้งหมดจะสอดคล้องกันอย่างเป็นธรรมชาติ (32:44)

  • [00:33:02] และเมื่อสิ่งภายในกับสิ่งภายนอกไปในทิศทางเดียวกัน คุณจะกลายเป็นคนที่มั่นคงอย่างแท้จริง นี่แหละคือเสน่ห์ข้อที่ 9 ของคนที่รักตัวเองเป็นจริงๆ (33:02)

ผู้หญิงใส่ชุดไทย

บทสรุป

  • [00:33:14] เมื่อคุณมองย้อนกลับไปทั้ง 9 ข้อ คุณจะเริ่มเห็นภาพบางอย่างชัดขึ้น เสน่ห์ที่แท้จริงไม่เคยเริ่มจากภายนอกเลย (33:14)

  • [00:33:23] มันเริ่มจากวิธีที่คุณมองตัวเอง วิธีที่คุณปฏิบัติกับตัวเอง และวิธีที่คุณยืนอยู่ในชีวิตของตัวเอง (33:25)

  • [00:33:31] เมื่อสิ่งเหล่านี้เปลี่ยน โลกภายนอกจะค่อย ๆ เปลี่ยนตาม คนจะปฏิบัติกับคุณในแบบที่คุณปฏิบัติกับตัวเอง (33:32)

  • [00:33:38] คนจะให้คุณค่าในระดับเดียวกับที่คุณให้กับตัวเอง และคนจะมองเห็นคุณในแบบที่คุณมองเห็นตัวเองก่อนเสมอ (33:49)

  • [00:33:49] ถ้าวันนี้คุณยังรู้สึกว่าตัวเองต้องพยายามมากเกินไป ต้องวิ่งตาม ต้องพิสูจน์ หรือยังรู้สึกว่าเสน่ห์เป็นสิ่งที่ต้องสร้างขึ้นมา บางทีคำตอบอาจไม่ใช่การพยายามให้มากขึ้น (33:49)

  • [00:34:01] แต่อาจเป็นการหยุดแล้วกลับมาเติมตัวเองให้เต็มจริงๆ เพราะเมื่อคุณเต็มคุณจะไม่ต้องไล่ตามอะไรอีกเลย แต่คุณจะกลายเป็นคนที่สิ่งดี ๆ เดินเข้ามาหาเอง (34:02)

  • [00:34:13] และถ้าคุณอยากพัฒนาตัวเองให้ลึกไปกว่านี้ เข้าใจจิตวิทยาของมนุษย์ในระดับที่ใช้งานได้จริง ติดตาม The Power Mind เอาไว้ (34:13)

  • [00:34:23] ที่นี่เราไม่ได้แค่พูดให้คุณรู้สึกดี แต่เรากำลังทำให้คุณเปลี่ยนจริงจากข้างใน แล้วพบกันในคลิปต่อไป สวัสดีครับ (34:24)

​9.) ยิ่งรักตัวเอง ชีวิตยิ่งมีค่า สร้างความสุขด้วยตัวคุณเอง| THE POWER MIND

ถอดบทความละเอียดทุกคำพูด: ยิ่งรักตัวเอง ชีวิตยิ่งมีค่า สร้างความสุขด้วยตัวคุณเอง

บทนำ

  • [00:00:09] ยิ่งรักตัวเอง ชีวิตยิ่งมีค่า คุณรู้ไหมครับสิ่งที่คนเรามักมองข้ามมากที่สุดกลับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต (0:09)

  • [00:00:20] นั่นก็คือตัวคุณเอง หลายครั้งเราพยายามวิ่งตามความรักจากคนอื่น พยายามหาความสุขจากสิ่งรอบตัว (0:16)

  • [00:00:28] พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ใครสักคนเห็นคุณค่า แต่สุดท้ายแล้วเรากลับลืมที่จะเห็นคุณค่าของตัวเอง (0:24)

  • [00:00:37] จำไว้นะครับไม่มีใครจะสามารถมอบความสุขให้คุณได้ ถ้าคุณยังไม่รู้จักมอบความสุขให้ตัวเอง (0:37)

  • [00:00:44] เมื่อคุณเริ่มรักตัวเอง ชีวิตจะเริ่มมีค่า และเมื่อชีวิตคุณมีค่า โลกทั้งใบก็พร้อมจะตอบแทนคุณ (0:44)

  • [00:00:54] ลองถามตัวเองเงียบ ๆ ตอนนี้สิครับ คุณเคยให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเองแค่นไหน (0:50)

  • [00:01:03] คุณเคยยิ้มให้ตัวเองบ้างไหมโดยไม่ต้องรอให้ใครมายิ้มให้ คุณเคยกอดตัวเองในวันที่ไม่มีใครกอดคุณบ้างหรือเปล่า (1:03)

  • [00:01:12] เพราะความสุขไม่ได้เริ่มจากคนอื่น แต่มันเริ่มจากใจของคุณเอง (1:09)

  • [00:01:18] และนี่แหละครับคือเหตุผลที่คุณต้องเรียนรู้ศิลปะแห่งการรักตัวเอง (1:15)

บทที่ 1: ทำไมรักตัวเองถึงเป็นรากฐานของชีวิตที่มีค่า

  • [00:01:25] บทที่ 1 ทำไมรักตัวเองถึงเป็นรากฐานของชีวิตที่มีค่า (1:21)

  • [00:01:29] คุณเคยสังเกตไหมครับว่าเวลาที่คุณรู้สึกแย่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเพราะความล้มเหลว ความผิดพลาด (1:29)

  • [00:01:38] หรือแม้แต่คำพูดเล็ก ๆ จากใครบางคนที่ดูถูกคุณ หัวใจของคุณจะเหมือนถูกดูดพลังงานออกไปทีละนิดจนไม่มีแรงแม้แต่จะยิ้มให้ตัวเอง (1:35)

  • [00:01:50] นี่คือสิ่งที่หลายคนเผชิญอยู่ทุกวัน พวกเขาใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตไปกับพยายามให้คนอื่นรักแต่กลับลืมที่จะหันมารักตัวเอง (1:47)

  • [00:02:00] และเมื่อคุณไม่รักตัวเอง คุณจะเริ่มไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่คุณทำ คุณจะมองความฝันของตัวเองว่าเล็กเกินไป (2:00)

  • [00:02:08] คุณจะเปรียบเทียบกับคนอื่นตลอดเวลา แล้วสุดท้ายคุณก็จะรู้สึกว่าชีวิตของฉันไม่มีค่า (2:05)

  • [00:02:14] แต่ความจริงคือชีวิตคุณมีค่าอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าคุณยังไม่ได้เลือกที่จะเห็นมัน (2:18)

  • [00:02:21] ลองคิดง่าย ๆ ครับ ถ้าวันนี้คุณมีเพื่อนที่คุณรักมาก เขาเจอปัญหา ถูกดูถูก กดดัน คุณจะทำยังไง (2:24)

  • [00:02:32] แน่นอนคุณคงไม่ทิ้งเขา คุณคงกอดเขา ปลอบใจเขา แล้วบอกว่าเธอยังมีค่าเสมอคอนะ อย่าลืมสิ (2:32)

  • [00:02:42] คำถามคือแล้วทำไมเวลาคุณเองเจ็บปวด คุณถึงไม่พูดแบบนี้กับตัวเอง (2:39)

  • [00:02:47] การรักตัวเองไม่ได้หมายถึงการเห็นแก่ตัว แต่มันคือการให้คุณค่า ให้เกียรติ และให้ความอบอุ่นกับหัวใจของตัวคุณเอง (2:47)

  • [00:02:59] และเมื่อคุณเริ่มรักตัวเอง พลังงานภายในคุณจะเปลี่ยนไป คุณจะกลายเป็นคนที่มั่นคงขึ้น (2:59)

  • [00:03:05] คุณจะไม่หวั่นไหวง่าย ๆ ต่อคำพูดของคนอื่น คุณจะไม่ต้องวิ่งไล่ตามการยอมรับอีกต่อไป เพราะคุณมีสิ่งนั้นอยู่แล้วในใจคุณเอง (3:05)

  • [00:03:15] นี่คือรากฐานที่แท้จริงของชีวิตที่มีค่า (3:17)

  • [00:03:21] ลองทำแบบฝึกหัดเล็ก ๆ ตอนนี้ครับ ปิดตาลง หายใจลึก ๆ (3:24)

  • [00:03:27] แล้วพูดกับตัวเองเบา ๆ ในใจว่า ฉันรักตัวเอง ฉันเห็นคุณค่าของตัวเอง และฉันคู่ควรกับความสุข (3:30)

  • [00:03:34] คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าหัวใจคุณเหมือนได้รับพลังใหม่ มันอุ่นขึ้น มันนิ่งขึ้น และมันบอกกับคุณว่าคุณเพียงพอแล้ว (3:37)

  • [00:03:47] เมื่อคุณเริ่มรักตัวเอง โลกทั้งใบก็เริ่มหันมารักคุณเช่นกัน เพราะทุกสิ่งในชีวิตเริ่มจากความสัมพันธ์ที่คุณมีกับตัวคุณเอง (3:43)

บทที่ 2: รักตัวเองไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว แต่คือการรักษาหัวใจ

  • [00:03:57] บทที่ 2 รักตัวเองไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว แต่คือการรักษาหัวใจ (3:57)

  • [00:04:05] หลายคนเมื่อได้ยินคำว่ารักตัวเองก็มักจะเผลอคิดว่ามันคือการเห็นแก่ตัวหรือเปล่า (4:05)

  • [00:04:12] บางครั้งเราถูกสอนตั้งแต่เด็กว่าต้องเสียสละ ต้องคิดถึงคนอื่น ต้องทำเพื่อครอบครัว จนเราเผลอเชื่อไปว่าการดูแลตัวเองเป็นเรื่องผิด (4:12)

  • [00:04:24] แต่ความจริงคือการรักตัวเองไม่ใช่การเห็นแก่ตัว มันคือรักษาหัวใจของเราให้แข็งแรงพอ เพื่อที่เราจะได้มีพลังไปมอบสิ่งดี ๆ ให้กับคนอื่น (4:26)

  • [00:04:38] ลองนึกภาพตามนะครับ ถ้าแก้วน้ำของคุณว่างเปล่า คุณจะรินน้ำให้ใครได้ยังไง (4:40)

  • [00:04:45] หัวใจก็เหมือนกันครับ ถ้ามันว่างเปล่า เต็มไปด้วยความเหนื่อย ความเจ็บปวด ความรู้สึกด้อยค่า คุณจะไม่มีพลังเหลือพอที่จะรักใครจริงๆ หรือดูแลใครอย่างเต็มที่ (4:45)

  • [00:04:58] นี่คือเหตุผลที่คุณต้องเติมใจให้เต็มก่อน (4:58)

  • [00:05:04] การรักตัวเองอาจเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ไม่ใช่การซื้อของแพง ๆ ให้ตัวเอง ไม่ใช่การเอาชนะใคร (5:04)

  • [00:05:10] แต่คือการพักผ่อนให้เพียงพอ การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การพูดกับตัวเองด้วยถ้อยคำที่ให้กำลังใจ (5:10)

  • [00:05:17] การให้อภัยตัวเองในสิ่งที่พลาดไป และการไม่ฝืนตัวเองเพียงเพื่อให้ใครพอใจ (5:17)

  • [00:05:27] สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้แหละครับคือรูปแบบของการรักษาตัวเองที่แท้จริง (5:23)

  • [00:05:31] ผมอยากเล่าเรื่องสมมติให้คุณฟัง มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คนรอบตัวพอใจ (5:30)

  • [00:05:38] เธอทำงานหนักจนร่างกายแทบไม่ไหว ยิ้มแม้ในวันที่ใจร้องไห้ และไม่เคยปฏิเสธใครเลยแม้ในวันที่เธอเองต้องการการพักผ่อน (5:35)

  • [00:05:51] สุดท้ายแล้วเธอล้มป่วยทั้งกายและใจ ไม่มีแรงจะทำอะไร (5:48)

  • [00:05:55] และสิ่งที่เจ็บที่สุดก็คือคนที่เธอเคยทำเพื่อเขามากมาย กลับไม่อยู่เคียงข้างตอนเธอล้มลง (5:55)

  • [00:06:04] นี่แหละครับคือผลของการไม่รักตัวเอง (6:01)

  • [00:06:07] ตรงกันข้ามหากเธอรู้จักบอกตัวเองว่าวันนี้ฉันเหนื่อยแล้วนะขอพักก่อน หากเธอรู้จักดูแลสุขภาพ หากเธอรู้จักปกป้องขอบเขตของใจตัวเอง ชีวิตของเธอคงจะไม่เจ็บปวดขนาดนี้ (6:07)

  • [00:06:21] จำไว้นะครับการรักตัวเองคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้หัวใจ (6:21)

  • [00:06:27] เมื่อคุณมีพลังในตัวเอง คุณจะสามารถเผชิญกับโลกภายนอกได้อย่างมั่นคง คุณจะสามารถมอบความรักที่แท้จริงกับคนรอบข้างได้โดยไม่รู้สึกว่าถูกพรากพลังไป (6:27)

  • [00:06:39] ถ้าคุณไม่รักตัวเอง ใครก็ไม่สามารถทำแทนคุณได้ และถ้าคุณไม่เติมใจให้เต็ม คุณจะไม่มีอะไรเหลือพอที่จะแบ่งให้ใคร (6:39)

  • [00:06:52] นี่คือบทที่ 2 ครับ ยังมีอีกหลายประเด็นที่เราจะพูดคุยกันวันนี้ เช่น วิธีรู้จักคุณค่าของตัวเอง การสร้างขอบเขตชีวิตอย่างมีสุขภาพใจ เทคนิคทางจิตวิทยาในการดูแลตัวเอง การแปรเปลี่ยนความรักตัวเองให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์ (6:52)

บทที่ 3: การเห็นคุณค่าในตัวเอง คือของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณจะให้ชีวิต

  • [00:07:11] บทที่ 3 การเห็นคุณค่าในตัวเอง คือของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณจะให้ชีวิต (7:11)

  • [00:07:16] คุณเคยรู้สึกไหมครับว่าต่อให้คุณทำดีแค่ไหน ก็ยังมีใครบางคนที่ไม่เห็นคุณค่าคุณ (7:11)

  • [00:07:26] เคยเหนื่อยจนถามตัวเองว่าฉันทำไปเพื่ออะไร ฉันดีไม่พอจริง ๆ เหรอ (7:23)

  • [00:07:32] ความจริงคือมันไม่สำคัญเลยครับว่าใครจะเห็นหรือไม่เห็น สิ่งสำคัญคือคุณเห็นคุณค่าของตัวเองหรือเปล่า (7:29)

  • [00:07:40] เพราะคุณค่าของชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายตาของใคร แต่มันขึ้นอยู่กับมุมมองที่คุณมีต่อตัวคุณเอง (7:36)

  • [00:07:49] ลองนึกดูนะครับ เพชรเม็ดหนึ่งถึงจะถูกวางอยู่ในดินโคลน มันก็ยังเป็นเพชร ไม่ได้ด้อยค่าไปกว่าเพชรที่ถูกใส่ในกล่องหรู ๆ เลย (7:43)

  • [00:07:59] ชีวิตคุณก็เหมือนกัน ต่อให้ใครมองไม่เห็น คุณก็ยังเป็นเพชรที่มีค่าในแบบของคุณ (8:00)

  • [00:08:06] การเห็นคุณค่าในตัวเองเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ เช่น ยอมรับความสามารถของตัวเองแม้มันจะยังไม่สมบูรณ์ (8:06)

  • [00:08:14] ภูมิใจในความพยายามแม้มันจะยังไม่สำเร็จ ขอบคุณหัวใจของตัวเองที่ยังไม่ยอมแพ้ และเลิกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับชีวิตของใคร (8:11)

  • [00:08:24] เพราะทุกคนต่างมีเส้นทางของตัวเอง คุณไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร และไม่มีใครที่จะเป็นเหมือนคุณได้ (8:24)

  • [00:08:34] ผมอยากให้คุณลองทำสิ่งนี้ตอนนี้เลยครับ หยิบกระดาษ 1 ใบ เขียนสิ่งดี ๆ ของตัวเองลงไป ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่ (8:31)

  • [00:08:44] อาจจะเป็นแค่ฉันเป็นคนรับผิดชอบ ฉันมีน้ำใจ หรือฉันไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ (8:38)

  • [00:08:48] เขียนไปทีละข้อ แล้วคุณจะเริ่มเห็นว่าคุณมีคุณค่าในแบบที่คุณอาจไม่เคยสังเกตมากกว่านี้ (8:50)

  • [00:08:55] ตัวอย่างนะครับ มีชายหนุ่มคนหนึ่งเขามักจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่โดดเด่น จนวันหนึ่งเขาลองทำแบบฝึกหัดนี้ เขียนสิ่งดี ๆ เกี่ยวกับตัวเอง (8:57)

  • [00:09:08] เขาพบว่าถึงแม้เขาไม่ได้ร่ำรวย แต่เขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์ เป็นเพื่อนที่คอยอยู่เคียงข้างคนอื่นเสมอ และเป็นลูกที่ดูแลพ่อแม่ไม่เคยขาด (9:08)

  • [00:09:20] ทันทีที่เขาเห็นสิ่งเหล่านี้ เขารู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากขึ้น ไม่ใช่เพราะใครมาบอก แต่เพราะเขาเห็นมันด้วยตาตัวเอง (9:20)

  • [00:09:29] จำไว้นะครับ คุณค่าของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์แบบ แต่มันขึ้นอยู่กับความจริงที่ว่าคุณเป็นตัวคุณเองและคุณกำลังพยายาม (9:26)

  • [00:09:41] อย่าปล่อยให้ใครเป็นคนกำหนดคุณค่าให้ชีวิตคุณ เพราะคุณคือคนเดียวที่มีสิทธิ์เห็นคุณค่าที่แท้จริงในตัวเอง (9:38)

บทที่ 4: การสร้างขอบเขตชีวิตเพื่อปกป้องความสุขของคุณ

  • [00:09:51] บทที่ 4 การสร้างขอบเขตชีวิตเพื่อปกป้องความสุขของคุณ (9:51)

  • [00:09:56] หลายคนอาจคิดว่าการรักตัวเองคือการตามใจตัวเองทุกอย่าง หรือการปฏิเสธโลกภายนอกไปเสียทั้งหมด (9:51)

  • [00:10:05] แต่แท้จริงแล้วการรักตัวเองที่แท้จริงคือการสร้างขอบเขตชีวิต เพราะถ้าคุณไม่มีขอบเขต คุณจะถูกคนอื่นเข้ามาเบียดเบียนหัวใจ จนพลังในตัวคุณค่อย ๆ หมดไปโดยไม่รู้ตัว (10:05)

  • [00:10:19] ลองสังเกตดูสิครับ เคยไหมครับที่คุณรู้สึกเหนื่อยเพียงเพราะคุณไม่กล้าพูดคำว่าไม่ (10:19)

  • [00:10:27] เพื่อนขอให้ช่วยทั้งที่คุณเองก็ไม่ว่าง เจ้านายโยนงานเกินกำลังทั้งที่คุณแทบไม่มีเวลาแม้แต่พัก ครอบครัวคาดหวังให้คุณทำทุกอย่างจนคุณไม่มีที่ว่างให้ตัวเองเลย (10:25)

  • [00:10:41] และทุกครั้งที่คุณฝืนเพื่อทำให้คนอื่นพอใจ คุณอาจจะยิ้มอยู่ข้างนอก แต่ข้างในหัวใจคุณกำลังร้องไห้ (10:44)

  • [00:10:50] นี่แหละครับคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณไม่มีขอบเขตในชีวิต (10:50)

  • [00:10:54] ขอบเขตชีวิตไม่ใช่กำแพง ไม่ใช่การผลักทุกคนออกไป แต่คือการกำหนดพื้นที่ของหัวใจว่าอะไรที่คุณยอมรับได้ และอะไรที่คุณไม่ควรยอมอีกต่อไป (10:57)

  • [00:11:11] ทำไมขอบเขตจึงสำคัญ (11:11)

  • [00:11:13] 1. เพราะมันคือการปกป้องพลังชีวิตของคุณ หัวใจคุณก็เหมือนแบตเตอรี่โทรศัพท์ครับ ถ้าคุณให้ใครมาดึงไปเรื่อย ๆ โดยไม่ชาร์จกลับ วันหนึ่งมันก็หมดแรงและคุณก็ไม่เหลือพลังจะใช้ (11:11)

  • [00:11:29] 2. เพราะมันทำให้คนอื่นเคารพคุณมากขึ้น เชื่อไหมครับคนที่กล้าพูดว่านี่คือสิ่งที่ฉันรับได้ และนี่คือสิ่งที่ฉันไม่ยอม กลับได้รับความเคารพมากกว่าคนที่ตามใจตลอดเวลา (11:25)

  • [00:11:44] 3. เพราะมันทำให้คุณเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง เมื่อคุณกล้าสร้างขอบเขต คุณจะไม่ถูกบังคับให้ใช้ชีวิตในแบบที่คนอื่นต้องการ แต่คุณจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่หัวใจคุณเลือก (11:44)

  • [00:11:57] วิธีเริ่มต้นสร้างขอบเขต เรียนรู้ที่จะพูดคำว่าไม่อย่างสุภาพ การปฏิเสธไม่ได้หมายถึงคุณไม่ดี แต่หมายถึงคุณรู้จักปกป้องพลังงานที่มีจำกัดของตัวเอง (11:57)

  • [00:12:13] รับฟังหัวใจตัวเองก่อนจะตอบรับอะไร ลองถามตัวเองว่าสิ่งนี้สอดคล้องกับความต้องการจริงๆ ของฉันไหม (12:10)

  • [00:12:20] สังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกายและอารมณ์ ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อย เครียด หรือกดดันเกินไป นั่นคือสัญญาณว่าคุณกำลังปล่อยให้ใครบางคนก้าวข้ามขอบเขตชีวิตของคุณแล้ว (12:23)

  • [00:12:35] ตัวอย่างครับ มีชายหนุ่มคนหนึ่งเขามักจะรับทุกอย่างที่คนอื่นขอเพราะกลัวว่าจะถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี (12:37)

  • [00:12:43] เขาทำงานแทนเพื่อนบ่อย ๆ ยอมสละเวลาพักผ่อนจนร่างกายอ่อนล้าและใจเริ่มหมดไฟ (12:43)

  • [00:12:49] วันหนึ่งเขาตัดสินใจเริ่มสร้างขอบเขต เขาเริ่มต้นจากการบอกเพื่อนอย่างสุภาพว่า ขอโทษนะวันนี้ฉันช่วยไม่ได้จริงๆ ฉันต้องพักผ่อน (12:49)

  • [00:13:00] ตอนแรกเพื่อนอาจไม่เข้าใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปคนรอบข้างเริ่มเคารพเขามากขึ้น เพราะพวกเขาเห็นว่าเขาดูแลตัวเองและไม่ใช่คนทีใครจะใช้ประโยชน์ได้ง่ายอีกต่อไป (13:03)

  • [00:13:16] ผลลัพธ์คือเขากลายเป็นคนที่มีพลังมากขึ้น ชีวิตสมดุลมากขึ้น และความสัมพันธ์รอบตัวก็แข็งแรงขึ้นด้วย (13:16)

  • [00:13:25] จำไว้นะครับการสร้างขอบเขตไม่ใช่การปฏิเสธความรักจากคนอื่น แต่มันคือการปฏิเสธสิ่งที่บั่นทอนความสุขของคุณ (13:22)

  • [00:13:35] และเมื่อคุณทำเช่นนี้ คุณจะพบว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้มาจากการทำให้ทุกคนพอใจ แต่มาจากการที่คุณยังคงซื่อสัตย์ต่อหัวใจของตัวเอง (13:35)

  • [00:13:47] คนที่กล้าสร้างขอบเขตชีวิตคือคนที่กล้ารักตัวเองอย่างแท้จริง (13:47)

บทที่ 5: การให้อภัยตัวเอง หัวใจสำคัญของการรักตัวเอง

  • [00:13:53] บทที่ 5 การให้อภัยตัวเอง หัวใจสำคัญของการรักตัวเอง (13:53)

  • [00:14:01] คุณเคยเป็นไหมครับ นอนหลับไปแต่หัวใจยังไม่ยอมหลับ เพราะมันยังคงคิดถึงเรื่องผิดพลาดในอดีตวนซ้ำไปซ้ำมา เหมือนหนังม้วนเดิมที่กดปิดไม่ได้ (14:01)

  • [00:14:14] บางครั้งมันเป็นเพียงคำพูดที่คุณเผลอพูดออกไป บางครั้งมันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือบางครั้งมันคือการที่คุณไม่เป็นในแบบที่ตัวเองคาดหวัง (14:14)

  • [00:14:27] และทุกครั้งที่คุณย้อนคิด หัวใจคุณก็เหมือนถูกก้อนหินกดทับหนักขึ้น หนักขึ้น จนคุณไม่กล้าจะก้าวไปข้างหน้า (14:27)

  • [00:14:38] นี่คือเหตุผลว่าทำไมการให้อภัยตัวเองถึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักตัวเอง (14:34)

  • [00:14:44] เพราะถ้าคุณยังแบกความผิดพลาดไว้ตลอดเวลา ต่อให้คุณทำดีแค่ไหนคุณก็จะไม่เคยเชื่อว่าตัวเองคู่ควรกับความสุข (14:41)

  • [00:14:54] ให้อภัยตัวเองไม่ใช่การลืม แต่คือการยอมรับ (14:54)

  • [00:14:57] หลายคนเข้าใจผิดว่าการให้อภัยตัวเองคือการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ทำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่เลยครับ (14:54)

  • [00:15:06] การให้อภัยตัวเองคือการยอมรับความจริงว่าฉันเคยผิดพลาด แต่ความผิดพลาดนั้นไม่ได้ลดคุณค่าของฉันลงเลยแม้แต่น้อย (15:06)

  • [00:15:16] มันคือการบอกกับตัวเองว่าใช่ฉันเคยล้ม แต่การล้มครั้งนั้นก็คือครูที่ทำให้ฉันเติบโต (15:19)

  • [00:15:26] ทำไมเราถึงต้องให้อภัยตัวเอง (15:26)

  • [00:15:29] 1. เพราะความผิดพลาดคือธรรมชาติของมนุษย์ ไม่มีใครบนโลกนี้ที่ไม่เคยพลาด แต่ต่างกันตรงที่บางคนเลือกจะเรียนรู้ ขณะที่บางคนเลือกจะจมอยู่กับมัน (15:26)

  • [00:15:44] 2. เพราะการโทษตัวเองไม่เคยเปลี่ยนอดีตได้ คุณอาจจะนั่งเสียใจทั้งคืน แต่พรุ่งนี้เช้าอดีตก็ยังเหมือนเดิม สิ่งเดียวที่เปลี่ยนได้คือปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อคุณวางอดีตลง (15:47)

  • [00:16:02] 3. เพราะการให้อภัยคือการปลดล็อคหัวใจ เมื่อคุณให้อภัยตัวเองคุณจะไม่รู้สึกติดค้างในใจ คุณจะมีอิสระที่จะเริ่มต้นใหม่โดยไม่ถูกเงาของอดีตคอยตามหลอกหลอน (16:02)

  • [00:16:15] ลองทำแบบฝึกหัดนี้ครับ ปิดตา หายใจลึก ๆ นึกถึงเรื่องที่คุณเคยโทษตัวเองมาตลอด แล้วพูดในใจว่า (16:15)

  • [00:16:25] ฉันรู้ว่าฉันเคยผิดพลาด แต่ฉันก็รู้ด้วยว่าฉันคือมนุษย์ที่ยังมีสิทธิ์เรียนรู้และเติบโต วันนี้ฉันเลือกที่จะให้อภัยตัวเอง (16:28)

  • [00:16:38] คุณจะรู้สึกเหมือนก้อนหินที่ทับอยู่บนอกมันค่อย ๆ เบาลง (16:41)

  • [00:16:41] ตัวอย่างมีหญิงสาวคนหนึ่งเธอเคยทำธุรกิจล้มเหลว สูญเสียเงินมากมาย และสิ่งที่เธอเจ็บที่สุดไม่ใช่การสูญเสียเงิน แต่คือการที่เธอไม่ให้อภัยตัวเอง (16:41)

  • [00:16:54] ทุกครั้งที่เธอเริ่มคิดจะทำอะไรใหม่ ๆ เธอจะได้ยินเสียงในหัวบอกว่าเธอเคยล้มเธอจะล้มอีกแน่นอน (16:54)

  • [00:17:04] จนวันหนึ่งเธอได้เรียนรู้ว่าความผิดพลาดนั้นไม่ได้พิสูจน์ว่าเธอไม่มีค่า แต่มันพิสูจน์ว่าเธอกล้าที่จะลงมือ (17:06)

  • [00:17:13] เธอเริ่มให้อภัยตัวเอง และเมื่อเธอปลดปล่อยความเจ็บนั้นออกไป เธอก็กลับมามีพลังอีกครั้ง จนสามารถสร้างธุรกิจใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิมได้สำเร็จ (17:13)

  • [00:17:26] จำไว้นะครับคุณไม่ได้ถูกนิยามด้วยความผิดพลาด แต่คุณถูกนิยามด้วยความกล้าที่จะลุกขึ้นใหม่หลังจากพลาด (17:26)

  • [00:17:36] เมื่อคุณให้อภัยตัวเองคุณจะปลดปล่อยพลังชีวิตที่แท้จริง และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของการรักตัวเองอย่างลึกซึ้งที่สุด (17:33)

บทที่ 6: การพูดกับตัวเองอย่างถูกวิธี พลังคำพูดที่เปลี่ยนชีวิตได้

  • [00:17:46] บทที่ 6 การพูดกับตัวเองอย่างถูกวิธี พลังคำพูดที่เปลี่ยนชีวิตได้ (17:46)

  • [00:17:53] คุณเคยสังเกตไหมครับว่าเสียงที่คุณได้ยินบ่อยที่สุดในชีวิต ไม่ใช่เสียงของเพื่อน ไม่ใช่เสียงของคนรัก และไม่ใช่เสียงของเจ้านาย (17:53)

  • [00:18:04] แต่เป็นเสียงของตัวคุณเองที่คอยพูดกับตัวเองอยู่ทุกวัน (18:07)

  • [00:18:11] เสียงนี้บางครั้งดังอยู่ในใจเงียบ ๆ บางครั้งก็กลายเป็นคำพูดที่คุณพูดออกมาจริงๆ (18:07)

  • [00:18:18] และสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดก็คือเสียงนี้มีพลังมากพอที่จะกำหนดทั้งความคิด ความรู้สึก และเส้นทางชีวิตของคุณ (18:14)

  • [00:18:28] คุณพูดอะไรกับตัวเองทุกวันก็คือสิ่งที่คุณกำลังสร้างชีวิตของคุณขึ้นมา (18:28)

  • [00:18:36] 1. คำพูดคือรากฐานของความเชื่อ มนุษย์เราเชื่อในสิ่งที่ได้ยินซ้ำ ๆ โดยเฉพาะจากปากของตัวเอง (18:36)

  • [00:18:48] ถ้าวันนี้คุณพูดว่าฉันมันไม่ดีพอ ฉันคงไม่มีวันสำเร็จ ฉันทำไม่ได้หรอก (18:45)

  • [00:18:56] เมื่อพูดแบบนี้จิตใต้สำนึกจะเก็บเอาไปเป็นความจริง และทำให้คุณใช้ชีวิตสอดคล้องกับคำนั้น (19:00)

  • [00:19:05] ในทางกลับกันถ้าคุณเลือกพูดว่าฉันคู่ควรกับความสุข ฉันกำลังเก่งขึ้นทุกวัน ฉันมีคุณค่ามากกว่าที่คิด (19:08)

  • [00:19:19] จิตใต้สำนึกก็จะเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้เช่นกัน และเริ่มผลักดันให้คุณก้าวเดินไปข้างหน้า (19:15)

  • [00:19:26] 2. พลังคำพูดเชิงบวกไม่ใช่การหลอกตัวเอง หลายคนกลัวว่าการพูดเชิงบวกกับตัวเองอาจจะเหมือนโกหก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ (19:23)

  • [00:19:37] คุณไม่จำเป็นต้องพูดว่าฉันรวยแล้วทั้งที่ยังติดหนี้ สิ่งที่คุณควรพูดคือฉันกำลังหาทางจัดการเรื่องการเงินได้ทีละขั้น ฉันกำลังดีขึ้นทุกวัน (19:37)

  • [00:19:52] นี่ไม่ใช่การโกหก แต่คือการเปลี่ยนทิศทางของใจให้มุ่งไปสู่ความเป็นไปได้ (19:52)

  • [00:19:59] 3. เปรียบเทียบให้เห็นภาพ ลองนึกภาพนักกีฬาคนหนึ่งก่อนลงสนาม เขาพูดกับตัวเองว่าฉันคงแพ้แน่ ๆ (19:59)

  • [00:20:09] คุณคิดว่าเขาจะเล่นเต็มที่ได้หรือไม่ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย (20:06)

  • [00:20:14] แต่ถ้าเขาพูดกับตัวเองว่าฉันเตรียมตัวมาดีแล้ว ฉันจะเล่นเต็มที่ แม้เขาอาจไม่ชนะในวันนี้ แต่เขาจะได้ใช้ศักยภาพสูงสุดของตัวเอง ชีวิตเราก็เช่นเดียวกัน สิ่งที่คุณพูดกับตัวเองก็คือการตั้งโปรแกรมให้สมองและหัวใจ (20:14)

  • [00:20:37] 4. วิธีการพูดกับตัวเองอย่างถูกวิธี พูดในปัจจุบันกาล เช่น ไม่พูดว่าฉันจะเก่ง แต่พูดว่าฉันกำลังเก่งขึ้นทุกวัน (20:34)

  • [00:20:47] เลือกใช้คำที่มีพลัง หลีกเลี่ยงคำว่าคงจะหรือน่าจะ แต่พูดว่าฉันทำได้หรือฉันกำลังทำอยู่ สั้น กระชับ ชัดเจน ประโยคง่าย ๆ จะซึมเข้าหัวใจได้ดีกว่า พูดซ้ำ ๆ ทุกวันเหมือนการรดน้ำต้นไม้เมล็ดเล็ก ๆ จะค่อย ๆ งอกงาม (20:50)

  • [00:21:14] 5. ผลลัพธ์ที่คุณจะเห็นเมื่อคุณเริ่มพูดกับตัวเองอย่างถูกวิธี คุณจะมองตัวเองต่างออกไป คุณจะรู้สึกมีพลังแม้ในวันที่เหนื่อย คุณจะกล้ารับมือกับความท้าทาย และคุณจะดึงดูดโอกาสดี ๆ เข้ามา เพราะพลังงานที่แผ่ออกไปจากใจคุณได้เปลี่ยนไปแล้ว (21:14)

  • [00:21:34] สรุปบทนี้ การพูดกับตัวเองไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ มันคือเครื่องมือทางจิตวิทยาที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนทิศทางชีวิตได้จริง (21:34)

  • [00:21:49] คุณอาจควบคุมสิ่งที่คนอื่นพูดกับคุณไม่ได้ แต่คุณเลือกได้เสมอว่าจะพูดอะไรกับตัวเอง ถ้าอยากเปลี่ยนชีวิตจงเริ่มด้วยการเปลี่ยนคำพูดกับตัวเองก่อน (21:49)

บทที่ 7: ยิ่งรักตัวเอง ชีวิตยิ่งมีค่า

  • [00:22:01] และสุดท้ายนี้ บทที่ 7 ยิ่งรักตัวเอง ชีวิตยิ่งมีค่า (22:03)

  • [00:22:09] ตลอดหลายบทที่ผ่านมาเราได้พูดถึงการรู้คุณค่าในตัวเอง การยอมรับความไม่สมบูรณ์ การให้อภัยตัวเอง และการพูดกับตัวเองอย่างถูกวิธี (22:12)

  • [00:22:21] ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องแยกขาดจากกัน แต่คือจิ๊กซอว์ที่ประกอบเป็นภาพเดียว นั่นคือการรักตัวเองอย่างแท้จริง (22:24)

  • [00:22:30] เมื่อคุณรักตัวเองอย่างลึกซึ้ง โโลกทั้งโลกก็จะตอบสนองคุณด้วยคุณค่าที่แท้จริง (22:30)

  • [00:22:36] 1. รักตัวเองไม่ใช่การเห็นแก่ตัว มีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดว่าการรักตัวเองคือการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เลยครับ (22:36)

  • [00:22:48] การรักตัวเองคือการดูแลจิตใจให้คุณมีพลัง มีสุขภาพทางอารมณ์ที่มั่นคง จนสามารถแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้คนรอบข้างได้ (22:48)

  • [00:22:57] คุณลองนึกภาพดูสิครับ ถ้าคุณยังไม่รักตัวเอง คุณจะไปรักใครได้อย่างเต็มหัวใจได้อย่างไร (23:00)

  • [00:23:04] 2. การรักตัวเองคือการสร้างคุณค่าภายใน คุณค่าของชีวิตไม่ได้อยู่ที่การเปรียบเทียบว่าเราดีกว่าใครหรือมีมากกว่าใคร (23:04)

  • [00:23:13] แต่คุณค่าของชีวิตอยู่ที่การรู้ว่าฉันมีค่าโดยที่ฉันเป็นฉัน ไม่ว่าคุณจะสำเร็จมากหรือน้อย ไม่ว่าคุณจะมีหรือไม่มี คุณก็ยังคงมีคุณค่า (23:16)

  • [00:23:25] และเมื่อคุณเชื่อเช่นนี้จริง ๆ คุณจะไม่ปล่อยให้เสียงวิจารณ์หรือคำตัดสินจากคนอื่นมาลดค่าของคุณได้ (23:28)

  • [00:23:33] 3. เมื่อคุณรักตัวเองโลกก็เปลี่ยน คุณจะสังเกตเห็นว่าเมื่อคุณปฏิบัติต่อตัวเองด้วยความเมตตา โโลกภายนอกก็เริ่มสะท้อนสิ่งนั้นกลับมา (23:33)

  • [00:23:42] คนรอบข้างจะเริ่มมองเห็นคุณค่าในตัวคุณ โอกาสที่เหมาะสมจะเข้ามา และชีวิตคุณจะดูมีพลังมากขึ้น (23:45)

  • [00:23:51] นี่ไม่ใช่เรื่องเวทมนตร์ แต่มันคือกฎธรรมชาติทางจิตใจ สิ่งที่คุณเชื่อคือสิ่งที่คุณดึงดูด (23:51)

  • [00:24:00] 4. วิธีรักตัวเองในทุก ๆ วัน ให้เวลากับตัวเองไม่ต้องเยอะแต่เพียงพอที่จะฟังหัวใจของตัวเอง ยอมรับความผิดพลาดเพราะทุกความผิดพลาดคือครูที่ดีที่สุด (23:58)

  • [00:24:12] ใช้คำพูดที่อ่อนโยนกับตัวเอง คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่สมบูรณ์ แต่คุณควรเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเอง (24:15)

  • [00:24:20] เลือกสิ่งแวดล้อมที่ดี อยู่กับคนที่ให้พลังบวกและห่างจากสิ่งที่ดูดพลังใจคุณ (24:20)

  • [00:24:25] 5. ผลลัพธ์ของการรักตัวเอง เมื่อคุณรักตัวเองอย่างจริงใจ คุณจะมีความสุขที่ไม่ต้องพึ่งพาใคร (24:25)

  • [00:24:34] คุณจะมั่นใจในเส้นทางของตัวเอง คุณจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนรอบข้าง และคุณจะใช้ชีวิตอย่างมีค่า (24:36)

  • [00:24:41] ทั้งหมดนี้คือการเดินทางกลับมาหาตัวเอง การรู้จักตัวเอง การให้อภัยตัวเอง การพูดดีกับตัวเอง และการยืนยันในคุณค่าของตัวเอง (24:41)

  • [00:24:54] นี่แหละครับคือหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่มีค่า เพราะสุดท้ายแล้วความสุขไม่ได้มาจากการที่คนอื่นเห็นคุณค่าในตัวเรา แต่ความสุขเกิดขึ้นเมื่อเรามองเห็นคุณค่าในตัวเองก่อน (24:54)

  • [00:25:07] ยิ่งคุณรักตัวเองมากเท่าไหร่ ชีวิตคุณก็จะยิ่งสว่างและมีค่าเท่านั้น (25:05)

บทสรุป

  • [00:25:13] ทั้งหมดนี้คือบทเรียนจากหัวข้อ ยิ่งรักตัวเอง ชีวิตยิ่งมีค่า เมื่อคุณเริ่มรู้จักให้อภัยตัวเอง เริ่มพูดกับตัวเองอย่างอ่อนโยน และเริ่มมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณเป็น (25:10)

  • [00:25:25] คุณจะพบว่าคุณไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมายืนยันว่าคุณมีค่า เพราะคุณได้ยืนยันให้ตัวเองแล้ว (25:28)

  • [00:25:33] และนี่คือก้าวแรกของชีวิตที่มีความสุขจริง ๆ (25:33)

  • [00:25:39] หากเนื้อหานี้ได้จุดประกายบางอย่างในใจคุณ ผมอยากชวนคุณกดติดตามช่อง The Power Mind เพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาดเรื่องราวดี ๆ (25:39)

  • [00:25:48] คำพูดปลุกพลังใจ และแนวคิดที่จะพาคุณกลับมารักตัวเองมากขึ้นในทุก ๆ วัน (25:45)

  • [00:25:53] เพราะเมื่อคุณรักตัวเองได้ คุณก็จะมีพลังที่จะรักโลกทั้งใบได้เช่นกัน (25:51)

© 2023 by Vicharn Group.

Proudly created with Wix.com

bottom of page